ดงผีหลอก ใครหลับรอด ดักหนูหลอน คืนเดือนมืด

ดงผีหลอก
ดงผีหลอก

เมื่อ 2 ปีที่แล้วที่บ้านผมมีงานรวมญาติ เพื่อสังสรรค์พบปะคุยกัน เวลาที่คุณปู่ ลุงและพ่อผมมาเจอกันทีไร เขาจะคุยกันแต่เรื่องนี้ แล้วเวลาเขาเล่าเรื่องนี้ เขาจะเล่ากันทีละคน แต่ว่าเจอในเหตุการณ์และสถานที่เดียวกัน  สถานที่แห่งนี้ผมไม่ขอระบุชื่อและตำบลแล้วกัน มันเป็นภูเขาหัวโล้น ที่ใช้ในการฝึกทหาร ปกติพ่อ คุณปู่และลุงจะไปยิงหนูกัน และสมัยนั้นจะเป็นหน้าหนาวพอดี 

แต่มีอยู่วันหนึ่งทั้ง 3 คนนัดกันไว้ว่าจะไปสถานที่แห่งนี้ ที่อยู่ใกล้ๆเขาหัวโล้น แต่คราวนี้ไม่ได้ไปยิงหนูนะ แต่จะเอากับไปยาเมา (กับดักหนูโบราณที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่) เอาขึ้นรถไถไปเยอะพอสมควร หลังจากเตรียมอุปกรณ์ดัก พวกหยื่อ ไฟฉาย อะไรเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรถไถ่กันไปจนถึงสถานที่ตรงนี้  

ตรงกลางเป็นที่โล่ง มีต้นแคทรายที่ถูกฟ้าผ่า ตั้งแต่ยอดจนถึงโคนต้นดำปี๋ คุณปู่ก็เลยบอกว่าให้ทุกคนพักกันตรงนี้ บริเวณรอบข้างจะเป็นป่าเข้าฟ่าง พอจอดรถทุกคนก็ต่างนำที่ดักหนูแยกกันไปวางตำแหน่งของใครของมัน และก็ผูกธงไว้เป็นสัญญาลักษณ์ ซึ่งจะมีภูเขาจะอยู่ด้านหลังต้นแคทราย เวลาวางกับดักก็จะเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ตามทุ่มข้าวฟ่าง

กว่าจะวางกับดักกันเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปจนหกโมงเย็น เสร็จแล้วก็มานั่งก่อกองไฟพูดคุยกัน คุณคุณปู่ก็นั่งจิบเหล้าไปด้วยเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย เพราะคืนนั้นอากาศค่อนข้างหนาว กลัวว่าจะเป็นตะคริว ก็นั่งคุยกันอยู่พักนึง คุณคุณปู่ก็พูดขึ้นมาว่า ไอ้ชาติ(พ่อผมชื่อชาติ) เดี๋ยวตอนสามทุ่ม มึงออกไปเปลี่ยนเหยื่อ ถ้าเจอหนูก็เก็บกลับมา ส่วนไอ้ชัย ( ลุงผม) มึงออกไปหลังเที่ยงคืน ส่วนกู ( คุณปู่) จะออกเป็นคนสุดท้าย 

บรรยากาศในคืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด จะเห็นแต่ภูเขาที่ไม่มีต้นไม้ดำทะมึน  เสียงลมพัดมาเป็นระยะ ๆ กองไฟเริ่มมอดลงเรื่อยๆ พอถึงเวลาสามทุ่ม พ่อผมก็ลุกขึ้นมาเปิดหม้อไฟ ใส่ไว้ที่หัว แล้วก็เดินฉายไฟหาธงที่วางกับดักหนูไว้ ทีละอัน  

พ่อผมเดินออกห่างจากต้นแคทรายมาเรื่อย ๆ ก็เจอกับกับดัก 2 ชิ้นแรก พอก้มลงไปดูแล้วเห็นว่าไม่มีหนูก็หยิบขึ้นมาเปลี่ยนเหยื่อ พ่อเริ่มเดินออกไปไกลมากเรื่อย ๆ  พอมองย้อนกลับหลังมาก็มองไม่เห็นรถไถและต้นแคทรายแล้ว เห็นเพียงแต่กองไฟหรี่นิดๆ และภูเขาดำทะมึน

ขณะที่พ่อกำลังเดินอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงคนลอยมาตามลม “โอ๊ยยยยยยยย…โอ๊ยยย”  พอผมก็หันหม้อไฟกลับไปส่องดูด้านหลัง เห็นเพียงแต่ภูเขาดำทะมึน แต่ก็คิดว่าเป็นเสียงของคุณปู่หรือลุงที่ลอยมาตามลมหรือเปล่า พ่อเดินต่อไป เดินย่ำป่าข้าวฟ่างเสียงเท้าดัง แฉะ..แฉะ..แฉะ สักพัก เสียงนั้นก็ลอยมาอีกครั้ง “โอ๊ยยยยยยยย…โอ๊ยยย” พ่อหันหลังไปมอง ตอนนั้นพ่อผมรู้สึกขนลุกแปลกๆ แต่ก็ยังไม่คิดอะไร 

แต่พอหันกลับมาเท่านั้นแหละ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงวัตถุบางอย่างหล่นดังตุบ!! มาจากข้างหลัง มันทำให้พ่อผมต้องหยุดชะงักอยู่ตรงนั้น ด้วยสัญชาตญาณ พ่อผมจึงหันไฟไปส่องตามเสียงนั้น สิ่งที่เห็นทำให้พ่อผมแทบช็อก มันเป็นเหมือนศีรษะทรงผมเหมือนทรงนักเรียน  แต่ไม่เห็นหน้า มันทำให้พ่อต้องถอยหลังกู่ออกมานิดนึง  แล้วเสียงมันก็ดังขึ้นตรงที่แสงไฟฉายจากหัวพ่อผมส่องไป “โอ๊ยยยยยยยย…โอ๊ยยย” เท่านั้นแหละ พ่อผมก็วิ่งไม่คิดชีวิต จนถึงต้นแคทรายจุดที่คุณปู่กับลุงผมนอนอยู่ มาถึงพ่อผมก็เข้ามาปลุกลุงชัย “ชัยตื่น ตื่น ๆ ถึงตามึงแล้ว” แต่พ่อยังไม่ได้บอกทั้งคู่ว่าเจออะไรมา

คราวนี้ก็มาถึงตาลุงผมเล่าบ้าง ลุงชัยลุกไปล้างหน้า เพื่อทำให้ตัวเองตาสว่าง นำหม้อไฟมาติดที่หัว พร้อมกับหยิบหนังสติ๊กคู่กายติดตัวไปด้วย แล้วก็เดินออกไป เดินดูกับดักไปเรื่อง แล้วลุงผมสังเกตุอย่างหนึ่ง ว่าทำไมกับดักมันสภาพเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรกินหรือมาแทะเหยื่อเลย ลุงเดินเลยกับดักที่ 1  กับดักที่ 2  กับดักที่ 3 เดินไปสักพักอยู่ๆลุงก็ได้ยินเสียงคนผิวปาก ดังมาตามลม วิ๊ด….วี๊ดดดดดด แต่ลุงเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องผี ยังคงเดินเปลี่ยนเหยื่อกับดักไปเรื่อยๆ 

พอถึงจนถึงกับดักอันสุดท้าย ลุงชัยก็ต้องเดินกับทางเดิม เดินไปได้สักพัก จู่ ๆ ก็มีเสียงลมพัดมาพร้อมกับเสียงผิวปาก แต่ดังขึ้นกว่าครั้งแรกมาก วี๊ดดดดดดดดด ลุงชัยเลยส่งเสียงเรียกไปว่า “ชาติ ไอ้ชาติ  มึงหรอ” แต่ก็ไม่มีใครตอบ ลุงชัยจึงส่องไฟไปทางที่พ่อกับคุณปู่นอนอยู่ แต่แสงไฟดันสาดขึ้นไปบนต้นไม้ และมันก็ทำให้ลุงชัยขนลุกไปทั้งตัว เมื่อเห็นคนนั่งอยู่บนกิ่งของต้นแคทราย ทำท่าผิวปาก ดวงตาของเขามองลงไปที่พ่อกับคุณปู่ ด้วยความตกใจลุงจึงปิดหม้อไฟทันที แล้วนั่งหลับตานิ่งๆไปสักพัก ในใจก็คิดว่าคงตาฝาด 

ลุงชัยทำใจดีสู้เสือลองเงยหน้าขึ้นมาดู แต่พอจังหวะเปิดไฟขึ้นมาเท่านั้นแหละ ร่างนั้นก็มายืนอยู่ซึ่ง ๆ หน้าลุงชัย พร้อมกลิ่นน้ำอบพุ่งเข้ามาในจมูก แล้วก็หายวับไป สิ่งที่เห็นเมื่อกี้นี้มันทำให้ลุงถึงกับช็อก ตาค้าง นั่งเข่าทรุด ตัวเเข็งอยู่ตรงนั้น 

คราวนี้ก็มาถึงคิวของคุณปู่ ด้วยสัญชาตญาณ คุณปู่ตื่นขึ้นมาเองโดยที่ไม่มีใครต้องปลุก หันไปมองเห็นพ่อผมนอนอยู่ หันมามองลุงชัยแต่ไม่พบ แต่คุณปู่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าลุงชัยยังไม่กลับมา คุณปู่ลุกขึ้นพร้อมนำหม้อไฟใส่ที่หัว พร้อมมีดอาคมเหน็บที่เอวอีกเล่มหนึ่ง 

คุณคุณปู่เดินไปตามธงของกับดักหนูเลย ๆ  รอบนี้คุณปู่ได้หนูเต็มเลย ย้ามที่พกมาด้วยแทบจะไม่พอใส่ คุณคุณปู่เดินไปเรื่อยๆ ยังไม่ถึงจุดที่ลุงนั่งช็อกอยู่ สักพักก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียก “มาทางนี้ ทางนี้” คุณปู่ผมก็เผลอทักกลับไปว่า “เออ!!” แล้วหันไฟฉายส่องไปตามเสียงเรียกนั้น ปรากฏว่าเสียงที่ได้ยินมันดังมาจากก้นภูเขาหัวโล้น ตอนนั้นคุณปู่ยังไม่ได้คิดอะไร ก็คิดว่าเป็นเสียงของลุงชัยเรียก   

คุณปู่ส่องไฟไปตามเสียง เดินย่ำไปเรื่อยๆ เสียงเท้าดัง แฉะ แฉะ แฉะ เดินไปสักพักคุณปู่ก็ส่องไฟไปทางด้านหลัง ด้วยความระแวง พอเห็นว่าไม่มีอะไรก็เดินหน้าต่อไป เดินเข้าไปใกล้ๆก้นภูเขา ก็เห็นเงาดำลักษณะเหมือนคน ยืนหันหลังอยู่ คุณปู่คิดว่าเป็นลุง จึงส่องไฟฉายไปที่ร่างนั้น แล้วถามว่า เอ้ย ไอ้ชัย มึงมาดักอะไรตรงนี้เนี่ย แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา 

คุณปู่จึงเดินเข้าไปใกล้ๆ เหลืออีกสี่เก้าก็จะถึงร่างนั้นอยู่แล้ว คุณปู่ส่องไฟไปที่ร่างนั้น ปรากฏว่า คนที่หันหลังกลับมา เป็นผู้ชาย เบ้าตาโบ๋ ลูกตานั้นหายไปทั้งสองข้าง แล้วพูดว่า “ มาทางนี้… มาทางนี้…” เท่านั้นแหละ คุณคุณปู่ผมวิ่งสุดชีวิต ทิ้งย้ามทิ้งทุกอย่าง เหลือเพียงแต่ไฟฉายที่อยู่บนหัว แต่ผู้ชายคนนั้นยังคงวิ่งตามหลังคุณคุณปู่มา คุณคุณปู่ก็วิ่งล้มลุกคลุกคลาน จังหวะนั้นคุณคุณปู่จึงชักมีดที่เหน็บไว้ที่เอวออกมา จังหวะที่ชักมีดออกมานั่น มันเหมือนมีแสงแวบขึ้นมาแล้วก็หายไปจากมีด  ผู้ชายคนนั้นจึงหายไป แล้วคุณปู่ก็กลับมานอนพักกับพ่อ 

พอตื่นเช้ามาต่างคนก็ต่างไม่ได้คุยกัน แต่พ่อสังเกตว่าลุงชัยหายไปไหน พ่อและคุณคุณปู่จึงเดินออกหากัน ปรากฏว่าไปพบลุงชัยนั่งตาค้างอยู่ข้างๆกับดัง คุณปู่จึงพาลุงชัยไปรดน้ำมนต์กัน  หลังจากนั้นคุณคุณปู่ก็เดินกลับมาดูย้ามที่ทำหล่นไว้เมื่อคืน ซึ่งคุณคุณปู่จำได้แม่นเลยว่าในย้ามนั้นใส่หนูไม่เต็ม แต่ปรากฏว่าพอหยิบขึ้นมาดูกับกลายเป็นก้อนหินเต็มย้ามไปหมด 

คุณพ่อมาเล่าให้ฟังทีหลังว่า ดวงวิญญาณที่เจอนั้น เป็นดวงวิญญาณของชาวบ้านที่ออกไปเก็บเหล็กที่เหลือจากการซ้อมของทหาร แล้วดันไปเจอระเบิดที่ยังไม่ได้ใช้งาน เนื่องจากมันเสื่อมสภาพแล้ว พอเก็บขึ้นมามันจึงเกิดการระเบิดขั้น 

หลังจากวันนั้นมา คนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครออกไปดักหนูกันบริเวณนั้นอีกเลย จนบริเวณนั้นได้ฉายาว่า ดงผีหลอก …เรื่องราวทั้งหมดก็จบเพียงเท่านี้

ที่มาจากเดอะช็อค คุณแบงค์

ติดตามอ่านเรื่องเล่าผีต่อได้ที่ คลังหลอน

Previous articleยุติการเผยแพร่
Next articleห้องพักหลอน โรงแรมหรู พัทยา