Home ย้อนรอยคดีดัง ย้อนรอยคดีใบสั่งตายจากคนรัก ตำนานรัก…นวลฉวี ตอนที่1

ย้อนรอยคดีใบสั่งตายจากคนรัก ตำนานรัก…นวลฉวี ตอนที่1

ย้อนรอยคดีใบสั่งตายจากคนรัก ตำนานรัก…นวลฉวี ตอนที่1

เปิดเรื่องราว คดีฆาตกรรมที่โด่งดังในประวัติศาสตร์ของไทย “นวลฉวี” พยาบาลสาว หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2502 ก็มีพบร่างไร้ลมหายใจของเธอลอยขึ้นอืดเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเช้า

เชื่อว่า ทุกท่านน่าจะเคยได้ยิน “คดีนวลฉวี” ผ่านหู และ ผ่านตาทางโทรทัศน์ กันมาบ้าง วันนี้เราจึงขอนำผู้อ่านย้อนเรื่องราวของเธออีกครั้ง 

นวลฉวี เพชรรุ่ง เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2475 ที่ตำบลเชียงงา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ครอบครัวของเธอมีฐานะมั่นคงพอสมควร เพราะมีที่นาให้คนอื่นเช่าแม้จะมีลูก 10 คน แต่ลูกๆ ทุกคนได้รับการศึกษาขั้นดี และลูก ๆ ทุกคน มีการงานเป็นที่นับหน้าถือตาด้วย

นวลฉวี เป็นผู้หญิงรูปร่างบาง ตัวเล็ก หน้าตอพอใช้ได้ แต่เธอก็มีเสน่ห์ ร่าเริง มีชีวิตชีวา และเป็นคนเก่ง หัวดี เธอ สามารถสอบเข้าเป็นนักเรียนพยาบาลที่ศิริราชพยาบาล และจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2497 จากนั้นก็ออกไปทำงานที่โรงพยาบาลภูมิพล ประมาณปีเศษก็ออก เพราะมีเรื่องกับคนในโรงพยาบาล จึงย้ายมาเป็นนางพยาบาลที่เมืองบ้านหมี่ประมาณ 1 ปี จากนั้นก็ทำงานในสถานพยาบาลยาสูบปี พ.ศ.2501 โดยอาศัยพักอยู่ในโรงพยาบาลยาสูบ

และในช่วง ต้นปี พ.ศ. 2501 นวลฉวีได้เดินทางท่องเที่ยวทางเหนือกับเพื่อนชื่อ โมทนี และได้พบรักกับ คุณหมอ อธิป สุญาณเศรษฐกร และคุณหมอ อธิป นี่แหละ คือคนที่เปลี่ยนชีวิตของนวลฉวีให้อยู่ในรูปตำนาน

หมออธิป สุญาณเศรษฐกร เกิดและโตในกรุงเทพ เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวน ลูก 5 คน ของครอบครัว พ่อแม่เป็นข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ อดีตเคยเป็นคนในจังหวัดฉะเชิงเทรา

หมออธิปเป็นหนุ่มที่หน้าตาค่อนข้างดี ใจเย็น และฉลาดเฉลียว เขาสามารถศึกษาชั้นเตรียมวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยจนจบเมื่อ ปี พ.ศ. 2494 โดยช่วงเวลาว่างหมออธิปจะไปทำงานที่อู่รถใกล้บ้าน เพื่อเก็บเงินซื้อหนังสือเรียนและขนม

ในปี พ.ศ. 2500 หมออธิปจบการศึกษาแพทย์ศาสตร์ จากศิริราชพยาบาล ได้รับหมายเกณฑ์เข้าประจำสำรองราชการ กรมกำลังพลทหารอากาศ ได้รับตำแหน่ง ว่าที่เรืออากาศโท และเข้ารับราชการเป็นนายแพทย์อยู่โรงพยาบาลรถไฟ

ในปี พ.ศ. 2501 ต่อมา หมอ อธิป ย้ายไปเป็นแพทย์รถไฟ หัวหน้าเขต 4 จังหวัดลำปาง และนั่นทำให้เขาและนวลฉวีได้พบกัน

ด้วยความเปล่าเปลี่ยวของหนุ่มเมืองที่ต้องห่างไกลความเจริญมาอยู่ท่ามกลางความสงบเงียบแห่งบ้านป่า เมื่อมีโอกาสได้ทำความใกล้ชิดกับหญิงสาวที่มีเสน่ห์ และรู้จักเอาใจอย่างนวลฉวี ทำให้หมออธิปมีความสุขและมีชีวิตชีวา

ความรักใคร่ที่ค่อย ๆ ก่อเกิด ชั่วระยะเวลาไม่นานที่ได้อยู่ด้วยกันนี้ สองคนหนุ่มสาวก็ผูกจิตปฏิพัทธ์ และต่างรู้ว่าอีกฝ่ายก็มีใจให้เช่นกัน

หมอ อธิป รับหน้าที่เป็นมัคคุเทสก์พาหญิงสาวทั้งสองเที่ยวในลำปาง ประมาณ 3-4 วัน หลังจากนั้น นวลฉวีกับเพื่อนก็ต้องแยกย้ายกับคุณหมอ เพื่อเดินทางไปที่เชียงใหม่ต่อ ทิ้งความหลังอันหวานชื่นไว้ที่นครลำปาง ดินแดนแห่งการคร่ำครวญหวลหาของนวลฉวี เธอพบชายหนุ่มในดวงใจเข้าแล้ว

ต่อมา นวลฉวีส่งจดหมายจากกรุงเทพฯ ไปให้กับ หมออธิป ที่นครลำปาง เป็นระยะๆ จนกระทั่งผ่านไป 6 เดือน หมออธิป ย้ายกลับโรงพยาบาลดังเดิม เขาทำการติดต่อนวลฉวี โดยใช้สื่อทางจดหมาย และส่งอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะ ๆ ความรักทั้งสองยิ่งแน่นแฟ้นจนกลายเป็นสามีภรรยาโดยพฤตินัย โดยใช้บังกะโล และโรงแรม เป็นเรือนหอชั่วคราว

ความรักของคนสองคนดำเนินไปอย่างหวานชื่น โดยต่างฝ่ายปิดบังอำพรางธาตุแท้ของตนเอง

ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์-ธันวาคม ปี พ.ศ. 2501 นวลฉวีล้มป่วย โดยพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลยาสูบเป็นเวลา 1 เดือน หมออธิป ไปเยี่ยมนวลฉวีหลายครั้ง อาการของเธอบ่งบอกว่าตกเลือดมาก แต่เธอไม่บอกใครว่าเธอป่วยเป็นโรคอะไร แต่ดูจากอาการ หมออธิปรู้ทันทีว่าเธอคงแท้งลูก

ชีวิตของหมออธิป เริ่มยุ่งเหยิงขึ้น เนื่องจากมีผู้หญิงเข้ามาในหัวใจของหมอ เธอคือ นางสาวสมบูรณ์ สืบสมาน นักศึกษาสาวแห่งมหาวิทยาลัยเทคนิคทุ่งมหาเมฆ  เธอเป็นเพื่อนในวัยเด็กของหมออธิป เธอสวยตรงใจเขาเหลือเกิน

ต่อมาหมออธิป สอบชิงทุนฮุมโบลก์ ได้ไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน และเนื่องจากโรงพยาบาลรถไฟจะมีแผนกใหม่ หลังจากที่หมออธิปกลับมาจากเยอรมัน เขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกตาที่นั่นทันที

ในเดือน มกราคม ปี พ.ศ. 2502 ทางการรถไฟส่ง หมออธิปไปฝึกงาน โรคหู ตา จมูก ที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นเวลา 6 เดือน ตอนเย็นหลังเลิกงานก็ไปเรียนภาษาเยอรมันที่เลขาทูต ทำให้เวลาที่หมอได้เจอนวลฉวียิ่งหดหายไป

ทางด้านนวลฉวี เริ่มระแคงระคายความรักของหมออธิป  ด้วยความหึงหวงหมออธิปมาก เธอใช้วิธีต่างๆ เพื่อจับหมออธิปให้อยู่หมัด ไม่ว่านั่งเฝ้าหมอในที่ทำงาน ตามทุกหนทุกแห่งเหมือนเงาตามตัว แทนที่หมออธิป จะรักเธอมากขึ้นกับเพิ่มความรำคาญแก่หมออธิปมากขึ้น มีอย่างที่ไหนตามอย่างกับเป็นเมียเรานี้แหละ (หมออธิปคิด)

วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2502 หมออธิปได้จดทะเบียนสมรสกับนวลฉวี เพชรรุ่ง ที่ อำเภอยานนาวา

หมออธิป กล่าวถึงวันนั้นว่า “ที่จริงผมไม่อยากจดทะเบียนกับเธอหรอก เพราะไรเหรอ มันก็พูดยาก หลายเรื่องบอกไม่ถูก คือเขาชอบตามผมทุกวัน ทุกคืน งานการเขาก็ไม่ทำ มานั่งเฝ้า ผมรำคาญสุด ๆ ผมไม่อยากจดหรอก แต่จดก็จด มันอยากให้จดก็จดไป จะได้ตัดปัญหาซะที”

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม วันที่ 17 มีนาคม 2502 หมออธิป ได้จดทะเบียนสมรสกับ นางสาวสมบูรณ์ สืบสมาน ที่อำเภอพระเนตร ในเวลาไล่เลี่ยกับที่จดทะเบียนกับนวลฉลี

นางสาวสมบูรณ์ สืบสมาน (คนกลาง) สมรสซ้อน !!??

“พอผมจดทะเบียนกับนวลฉวี สมบูรณ์เขารู้ ผมก็ขอจดทะเบียนกับเขาอีก ผมตัดปัญหานี้ไป อยากให้เรื่องมันเงียบหาย จะได้ไม่ไปบอกใครให้เป็นขี้หูคนอื่น”

แต่กระนั้นนวลฉวีและสมบูรณ์ นับตั้งแต่จดทะเบียนกับหมออธิป ก็มีเรื่องระหองระแหงกันถึง 7 ครั้ง  เคยทะเลาะกันในโรงพยาบาลที่หมออธิปทำงานอยู่ จนหมออธิป เคยขอผู้หลัก ผู้ใหญ่ ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้หญิงสองคนนี้เข้ามาภายในโรงพยาบาลอย่างเด็ดขาด”

แม้ว่านวลฉวีจะจดทะเบียนสมรส แต่เธอยังไม่ได้แต่งงานกับหมออธิปสักที แถมหมอ ก็ไม่ได้เอาใจใส่ตนเหมือนครั้งก่อน ๆ เธอต้องการแต่งงานกับเขา เธอต้องหาวิธีต่าง ๆ เพื่อให้หมออธิปยอมเธอให้ได้ และนี่ เป็นจุดเริ่มต้นที่นวลฉวีได้ตัดสินใจผิดมหันต์

พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2502 นวลฉวี บอกกับครอบครัวของเธอ ว่า เธอกับหมออธิปจะแต่งงานกัน ครอบครัวเลยเชิญให้หมออธิปมาทานข้าวเย็นด้วยกัน เพื่อคุยเรื่องแต่งงาน แต่หมออธิปไม่รู้เรื่อง หมออธิปบอกว่า เขาไม่ได้รู้เรื่องใดๆทั้งนั้น นวลฉวีคิดไปเอง

วันที่ 4 มิถุนายน ปี พ.ศ. 2502 พ่อและนวลฉวี มาพบกันที่กรุงเทพฯ นวลฉวี บอกกับพ่อว่าเธอได้เสียกับหมอแล้ว ตอนทำงานที่โรงพยาบาลรถไฟ หมออธิปรู้ข่าวเลยบอกว่าจะเลี้ยงดูนวลฉวีให้ แต่เรื่องก็เงียบหายไป

วันที่ 5 มิถุนายน ปี พ.ศ. 2502 นวลฉวีพบหมออธิปอยู่กับผู้หญิงในโรงพยาบาลรถไฟ ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นอย่างหนัก

ช่วงวันที่ 11 หรือ 12 มิถุนายน ปี พ.ศ. 2502 นวลฉวีบอกกับพี่เขยว่าจะย้ายไปอยู่กับหมออธิป และได้เตรียมย้ายข้าวของแล้ว ส่วนหมออธิปรู้เรื่องนี้หรือเปล่า (ไม่รู้สิ  เขาคงไม่รู้มั้ง)

วันที่ 13 มิถุนายน ปี พ.ศ. 2502 นวลฉวีถูกไล่ออกจากครอบครัวหมออธิป (ตอนนั้นหมออธิปไม่อยู่บ้าน) มันน่าไล่จริง ๆ เพราะเธอมารอหมออธิปตั้งแต่เช้าจนถึงตี 1 ไม่ยอมกลับ พอหมออธิปกลับมาบ้านก็โดนครอบครัวด่าอีก ว่า “เมียแกคนบ้าหรือเปล่าเนี้ย”

เหตุการณ์ครั้งนั้น นวลฉวีได้ระบายเรื่องทั้งหมดลงใน “สมุดบันทึก” ซึ่งภายหลังสมุดนี้กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ใช้สืบหาตัวฆาตกรที่ก่อคดีฆ่าเธอได้

ปัจจุบันหลักฐานนี้อยู่ในการดูแลของห้องพิพิธภัณฑ์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลศิริราช เคียงข้างกับร่างสงบนิ่งของฆาตกรใจโหดนาม “ซีอุย”

วันที่ 13 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2502 เวลา 11.30 น. นวลฉวีเข้ามาโรงพยาบาลและเดินดุ่ม ๆ ไปหาคุณหมออธิป เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ถูกบันทึกไว้ในสมุดบันทึกดังนี้ . .

“ดิฉันพบนายแพทย์อธิป สามีฉันที่โรงพยาบาลรถไฟ จากนั้นก็คุยเรื่องปัญหาชีวิตของเราทั้งสอง….”

หมออธิปเริ่มระงับอารมณ์ไม่อยู่ ผมต้องทำงานนะ มากวนอยู่ได้ ว่าแล้ว หมอก็กำหมัด ต่อยไปที่ใบหน้านวลฉวีจังๆ นวลฉวีกรีดร้อง “ช่วยด้วย หมอรังแกผู้หญิง”  “หมอจะฆ่าเมีย ช่วยด้วยหมอจะฆ่าเมีย”

จนหมออธิป ต้องเข้ามาปลอบและพาเธอไปห้องพักคนไข้ พร้อมสายตาคนเกือบทั้งโรงพยายามที่มองไปที่ทั้งสองคน

วันที่ 13 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2502 นวลฉวี แจ้งความตำรวจว่าถูก หมออธิป ทำร้ายร่างกายตน

วันที่ 14 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2502 หมออธิป ตกลงเงื่อนไขนวลฉวี ว่าให้ปรองดองกัน เพราะเป็นสามีภรรยากันแล้ว เรื่องเลยจบลงที่การบันทึกประจำวัน

วันที่ 15 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2502 บาดแผลที่หมออธิป ชกหน้านวลฉวีลุกลาม และเจ็บปวดมาก แต่นวลฉวีขอตำรวจไม่เอาผิดหมออธิปเพิ่ม เพราะกลัวเขาเสียอนาคต เธอบันทึกเรื่องราวนี้ในสมุดบันทึกอย่างละเอียด…

ส่งผลให้นวลฉวีต้องเข้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยนวลฉวี ขอให้หมออธิปเป็นผู้รักษาเธอ แต่ถึงกระนั้นหมออธิปก็ไม่ได้มาหาเธอบ่อยมากนัก

เรื่องนี้หมออธิป เดือดดานสุด ๆ ถึงกับระบายเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า “อยากจะบ้าตาย ถูกมาบังคับให้นอนเฝ้าด้วย โอ๊ย! ผมต้องทำงานนะ บางคืนก็เฝ้าทั้งที่ทำงานอยู่ ไปเฝ้านานก็ไม่ได้ เดี๋ยวสมบูรณ์เข้าไปอาละวาดอีกเรื่องมันจะวุ่นวาย ไปกันใหญ่”

วันที่ 17 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2502 พ่อของนวลฉวีมาเพื่อเอาเรื่องกับหมออธิป ช่วงนั้น หมออธิปดูแปลกๆ ไป ไม่สนใจเรื่องนี้มากนัก เขาพูดสั้นๆ แค่ว่า “แล้วแต่ศาล”

นวลฉวี บันทึกเหตุการณ์นี้ลงสมุดบันทึก ด้วยคำสาปแช่งถึงหมออธิป “เชิญแกไปหาเมียใหม่ตามสบายเถอะ ฉันรู้นะว่าปีศาจในตัวแกจะแสดงบทบาทอย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้”

วันที่ 22 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2502 นวลฉวีทำหนังสือร้องเรียนให้สารวัตฝ่ายสืบสวน ว่า หมออธิปไม่ทำตามทัณฑ์บนที่เคยให้ไว้ นอกจากนั้นยังทำทารุณกับเธออีก ทำร้ายร่างกายเธอ โดยดึงสะโพกไปกระแทกกับก๊อกน้ำและเลือดไหล ความเจ็บปวดสุดจะบรรยาย จึงอยากขอให้พิจารณาดำเนินคดีใหม่อีกครั้ง

วันที่ 28 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2502 หมออธิปไปที่โรงพัก เพื่อการทำการสอบสวน เขาได้สารภาพทุกข้อกล่าวหาตามที่ว่ามา

วันที่ 31 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2502 หมออธิป ได้รับโทรศัพท์จากนวลฉวีให้ไปหา นายธวัช เพื่อนของเธอ และเป็นที่ปรึกษา คดีทำร้ายร่างกายของเธอด้วยในครั้งนี้ หมออธิป ไปตามที่นวลฉวีนัดหมาย ที่ทำการรถไฟสทานกษัตริย์ศึกเวลา 10.00 น. 

นายธวัชแนะนำให้หมอกับนวลฉวีคืนดีกัน หมออธิป รับปาก และได้เขียนจดหมายใส่ซองปิดผลึกให้ พ.ต.อ. เจ้าของคดีนี้ ใจความว่า

“เราจะคืนดีกันแล้ว”

และแล้ววันนั้นก็มาถึง

วันที่ 1 กันยายน ปี พ.ศ. 2502 หมออธิปและนวลฉวี เข้าพบสารวัตรใหญ่ที่พญาไท ขอให้ระงับคดีทำร้ายร่างกาย ก่อนที่จะนั่งรับประทานอาหารที่โรงหนังคิงส์ ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ

วันที่ 9 กันยายน ปี พ.ศ. 2502 นวลฉวีไม่สบาย นายธวัชจึงขอลางานเพื่อไปเยี่ยมนวลฉวี นวลฉวีชวนนายธวัชไปวัดสามง่ามเพื่อเอายาไปถวายพระ และให้พระดูดวงให้ พระบอกนวลฉวีไว้ว่า “ต่อไปนี้ดวงชะตาจะดีแล้ว!???”

เวลา 20.30 น. หมออธิปเข้าพบนวลฉวีและนายธวัช พูดจาเรื่องเรือนหอของเขาสองคน

เวลา 23.00 น. นายธวัชขอตัวกลับไปก่อน นางพยาบาลเรียกให้หมออธิปไปดูคนไข้ ที่กำลังจะคลอดลูก หมออธิป ช่วยคนไข้อยู่นานจนถึงเที่ยงคืน จึงนำนวลฉวีส่งกลับโรงพยาบาลยาสูบเพราะนวลฉวีรบเร้าว่าจะกลับบ้าน

จนกระทั่ง . . นวลฉวีโทรศัพท์ถึงนายธวัช บอกว่า เมื่อคืน ตอนที่หมออธิปส่งเธอกลับที่โรงพยาบาลยาสูบ เราทะเลาะกัน รายละเอียดจะคุยให้ฟังตอนเย็น ถ้าเลิกงานแล้วให้ไปพบที่โรงพยาบาลยาสูบ

เย็นวันนั้น นายธวัชติดทำธุระที่อื่นก่อนที่จะไปโรงพยาบาลยาสูบ จวนเวลา 1 ทุ่ม แต่ไม่พบนวลฉวี รปภ.ที่โรงพยาบาลยาสูบ บอกว่า เห็นเธอแต่งตัวออกไปข้างนอกนานแล้วนะ

หลังจากนั้นนวลฉวีจากไปโดยไม่กลับมาอีกเลย . . .

อ่านต่อตอนจบ >>กดตรงนี้<<

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here