Home กฎแห่งกรรม มันต้องเป็นคนยังไง รสนิยมของเพื่อนโครตประหลาดพิศดาร! พร้อมกับจุดจบแบบพิศดาร!

มันต้องเป็นคนยังไง รสนิยมของเพื่อนโครตประหลาดพิศดาร! พร้อมกับจุดจบแบบพิศดาร!

มันต้องเป็นคนยังไง รสนิยมของเพื่อนโครตประหลาดพิศดาร! พร้อมกับจุดจบแบบพิศดาร!

หากคุณมีเพื่อนที่สนิทกันมาก แล้ววันหนึ่งคุณรู้ว่าเพื่อนคุณมีนิสัยแปลกประหลาดโครตพิศดาร เกินกว่าคนทั่วไปจะเข้าใจ คุณจะยังครบกับเพื่อนคนนั้นอยู่ไหม เรื่องนี้ถูกล่าในช่อง คืนพุธ มุดผ้าห่ม บอกเลย สยองจัด…เรื่องมีอยู่ว่า

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นผมยังกำลังเรียนมหาลัยอยู่ เรียนไปทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย และผมมีเพื่อนอยู่คนนึงที่ค่อนข้างสนิทกัน รู้จักจากการที่ทำงานด้วยกันนี่แหละ ก็เลยเริ่มสนิทกัน 

เพื่อนผมคนนี้มีนิสัยห่ามๆค่อนข้างออกไปทางนักเลงหน่อยๆ ย้อมผมสีทอง และไว้ผมทรงรากไทรเหมือนเป้ไฮร็อค ทำให้ดูเฟี้ยวๆหน่อย แถมมันยังชอบโดดงานโดยไร้เหตุผลอีกต่างหาก หัวหน้าที่ทำงานก็ดุด่ามันสารพัดสารเพ ด่าจนขี้เกียจด่ามันแล้ว แต่มันก็ยังเหมือนเดิม เขาจึงปล่อยๆมันไป

มันก็มีส่วนดีเหมือนกันนะ มันเป็นคนที่ค่อนข้างเป็นเฟรนลี่ เทคแคร์คนอื่นดี และชอบเอาขนมมาให้เพื่อนๆกินอยู่ประจำ อารมณ์ประมาณว่า อาทิตย์ที่แล้วโดดงานไป พออาทิตย์นี้มันกลับมาทำงาน มันก็จะบอกกับเพื่อนๆว่า “โทษทีกูติดธุระจริงๆ” ผมก็จะบอกมันว่า “อีกแล้วนะมึง ให้กูทำงานคนเดียวอีกแล้ว” แล้วมันก็จะเอาขนมมาแจกจ่ายพวกผม แล้วบอกว่าดีกัน เป็นแบบนี้ทุกครั้งไป ผมก็เลยค่อนข้างจะสนิทกับมัน อาจจะเพราะว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ในวัยเดียวกันด้วยแหละ เพราะในที่ผมทำงาน ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ผู้หญิง ไม่ก็พนักงานประจำที่อายุเยอะ ๆ หน่อย

มีอยู่วันหนึ่งพวกผมทำงานอยู่กันจนดึก แล้วเลิกงานพร้อมกัน เพื่อนมันก็บอกกับผมว่า…

“เฮ้ยมึงวันนี้ว่างเปล่า”

“มีอะไร มึงจะชวนกูไปไหน” 

“เนี่ยเดี๋ยวกูจะชวนมึงไปที่นึง มึงเชื่อเรื่องผีหรือเปล่า” 

“กูก็ไม่ได้เชื่ออะไรขนาดนั้นนะ ทำไมมึงจะพากูไปไหน”

“พอดีมันมีศาลเจ้าอยู่ใกล้แถวนี้ มึงจะไปกับกูป่ะล่ะ” 

“ได้ดี๊ ไปก็ได้”

เราก็ขี่มอเตอร์ไซค์กันไป พอไปถึงสถานที่นั้น เพื่อนมันก็เดินตรงเข้าไปตบหลุมศพเลย แล้วมันก็พูดกับหลุมศพว่า “อ้าวเฮ้ย สวัสดีเฮ้ย” พอมันเห็นว่าหลุมศพนี้ไม่มีดอกไม้ มันก็ไปหยิบช่อดอกไม้จากหลุมข้างๆมา แล้วมันก็บอกว่า “เฮ้ยหลุมศพนี้ไม่มีดอกไม้เลย เอามาแบ่งให้เขาบ้างสิ หลุมเขาจะได้สวยงาม” 

ผมเลยบอกกับมันว่า “เฮ้ยมึง มึงเล่นแบบนี้ มึงไม่กลัวหรือไง เดี๋ยวมึงจะโดนดีเอานะเว้ย” ไอ้เพื่อนตัวดีมันก็บอกว่า “เฮ้ย!! กูจะโดนอะไร  กูยังไม่เคยโดนไรเลย แล้วมันก็เอามือไปตบหัวรูปปั้นจีซูดังเปี๊ยะ 1 ที”  

แล้วระหว่างที่มันเดินทัวร์สุสานไปเรื่อย มันก็เก็บของที่เขานำมาไหว้ใส่กระเป๋ากลับบ้านไปด้วย ผมก็ถามมันว่า “เฮ้ยมึง มึงจะเอาของไหว้พวกนี้ไปไหนวะ มันก็ตอบผมว่า กูก็เอาไปแดกสิ!!” 

ตอนนั้นผมรู้สึกตะหงิดตะหงิดใจ จนมารู้ทีหลังว่า ของที่มันชอบเอามาให้ผมกินนั้น ก็คือของเซ่นไหว้ที่มันเก็บมาจากสุสานนี่เอง มันเอาของเซ่นไหว้ ขนงขนม  มาให้คนอื่นกิน และตัวมันเองก็กินด้วย!! 

เมื่อผมเห็นดังนั้น ผมก็ถามมันว่า “เฮ้ย มึงเอาของพวกนี้มาให้กูแดกใช่ไหมเนี่ย”  มันบอกว่า “เอ้า ก็ใช่น่ะสิ ของกินนี่เนาะ มันก็ไม่ได้เสียอะไร ทำไมมึงจะแดกไม่ได้ล่ะ” 

พอฟังมันพูดอย่างนั้น ผมก็ด่ามันในใจแบบหยาบคาย จนไม่สามารถจะพิมพ์เป็นคำพูดได้ “มึงนี่มันเหี้ยสุด ๆ เลย” หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน 

ตั้งแต่นั้นมาผมก็เริ่มเว้นระยะห่างจากมัน เวลาที่มันยื่นอะไรให้กิน ผมก็พยายามจะไม่รับ ซึ่งตัวผมก็ไม่กล้าบอกคนอื่นว่าอย่าไปรับของจากมันเหมือนกัน แต่พอเห็นเพื่อนคนอื่นกินแล้วก็รู้สึกว่าสงสารเหมือนกันนะ ก็แม่งแดกของเส้นไหว้นิ ก็ได้แต่พยายามทำใจนั่งมองดูเพื่อนกินไป 

จนกระทั่งอยู่มาวันนี้ เพื่อนมันโทรมาบอกกับผมว่า “เฮ้ยวันนี้กูป่วยว่ะ มึงมาหากูที่บ้านหน่อยสิ” ในใจผมก็คิดว่า “เอาแล้ว กูว่าละ ก็เพราะมึงทำนิสัยอย่างนี้ไง ก็สมควรแก้เวลาแล้วแหละที่มึงจะท้องร่วงท้องเสีย” แต่อีกใจก็อดเป็นห่วงมันไม่ได้ เอาวะไปดูแลมาสักหน่อยแล้วกัน ก็เลยตัดสินใจขี่รถไปหามันที่บ้าน 

พอไปถึงบ้าน กดประตูออดหน้าบ้าน ติ้ง หน่อง แล้วมันก็เปิดประตูออกมา ใบหน้ามันนี้ซีดเป็นไก่ต้มเลย มันก็บอกว่า “มา ๆ เข้ามาๆ โทษๆ กูท้องเสียว่ะ เดี๋ยวกูเข้าห้องน้ำก่อนนะ” แล้วมันก็รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ 

เชื่อไหม พอผมก้าวเข้าไปในห้องมันเท่านั้น กลิ่นในห้องมันนี่โคตรเหม็นเลย แล้วมันไม่ได้เหม็นมาจากห้องน้ำนะ ไม่ได้เหม็นกลิ่นอุจจาระ แต่มันเหม็นเหมือนกลิ่นเน่าของอะไรสักอย่าง พอผมเดินเข้าไปดูในห้องมัน ปรากฏว่าห้องของมันตกแต่งไปด้วยของที่ไม่ควรจะอยู่ในบ้านอะ มันเอาป้ายหลุมศพมาวางในห้อง เอารูปถ่ายคนตายมาแขวนไว้บนฝาผนัง ของในห้องมันมีแต่แบบนั้นจริง ๆ 

ผมพูดกับมันว่า “เขร้ นี่ห้องอะไรของมึงวะ” มันก็ตะโกนออกมาจากห้องน้ำว่า  “เออๆ มึงทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านมึงอ่ะ”  ไม่ใช่!! บ้านกูไม่มีอะไรแบบนี้ ผมคิดในใจ โอ้โห กูว่าเหมือนอยู่ป่าช้ามากกว่าอยู่บ้านนะ แม่งโคตรเหม็นเลย แล้วผมก็บอกกับมันว่า 

“ห้องมึงแม่งเหม็นว่ะ” 

“หรอ เหม็นขนาดนั้นเลยหรอวะ กูอยู่มาตั้งนานก็ไม่เห็นได้กินอะไรนะ” 

“ห้องมึงแม่งเหม็นจริงๆนะเว้ย เหม็นโคตรๆเลย” 

“อ่าวหรอ เออ โทษทีโทษที งั้นมึงหาสเปรย์ฉีดไปก่อนแล้วกัน”

ผมพยายามนั่งอยู่ในห้องมันนะ แต่กลิ่นเหม็นโคตรรบกวนเซลล์สมองเลย ทำให้ผมนั่งอยู่ไม่สุข ก็เลยเดินสำรวจห้องมัน หาต้นตอของกลิ่นนั้น ว่ามันมาจากส่วนไหนของห้องกันแน่ เดินไปก็สูดลมจมูกดมเข้าไปด้วย ฟึด ๆ 

จนกระทั่งผมรู้ว่ากินมันออกมาจากตู้เสื้อผ้า ผมเอาหน้าไปไกลๆ สูดลมหายใจ ฟึด ๆ ชัวร์ กลิ่นมาจากตู้เสื้อผ้าแน่นอน แต่โคตรเหม็นเลย ผมตัดสินใจเปิดตู้เสื้อผ้า ปรากฏว่า มีกองดินกองโคลนกองใหญ่อยู่ในตู้เสื้อผ้า เหม็นกลิ่นสาบโคลนนี่เอง 

ผมพูดในใจกับตัวเอง คนบ้าอะไร เอาดินเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าวะ สักพักนึงผมก็ได้ยินเสียงเพื่อนกดชักโครก แล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ มันก็ถามผมว่า “อ้าว มึงทำอะไรน่ะ” ผมก็ตอบว่า “มึงเอาดินเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าทำไม” มันก็ตอบผมว่า “อ๋อดินเนี่ยนะ มันเป็นดินจากที่หนึ่งเว้ย คือตอนนั้นกูไปที่ศาลมา มีคนบอกว่าศาลนี้มันเฮี้ยน กูก็เลยไปขุดดินตรงนั้นมา แล้วนำมาเก็บไว้ เผื่อกูจะเจออะไร!!” 

อ๋อ สรุปมันเอาดินฝังศพมาเก็บไว้ในห้องนี่เอง มันบ้าหรือเปล่าวะ แล้วทำไมไม่ใส่ในกระถางดีๆ ผมคิดในใจนะ ไม่ได้พูดกับมัน 

ผมก็พูดกับมันไปว่า “กูไม่ไหวแล้ว กูเป็นเพื่อนกับมึงต่อไปไม่ไหวจริงๆว่ะ กูขอโทษจริงๆว่ะ กูไปก่อนนะ” 

“อ้าวหรอ มึงจะกลับแล้วหรอ เพิ่งจะมาแป๊บเดียวเองนะ” 

“เออ กูเห็นว่ามึงสบายดี งั้นกูกลับก่อนละ กูไม่อยู่แล้วเพื่อน บอกตรงๆนะ  กูเห็นห้องมึงแล้วกูขนลุกจริงๆว่ะ”

“จริงดิ งั้นโชคดีเว้ยเพื่อน กูขอบใจมาก ขอบใจมาก” 

แล้วผมก็เดินออกไปเปิดประตู แต่ก่อนที่จะก้าวออกไปพ้นประตู ผมหันหลังกลับไปมองมัน ผมเห็นมันยังยืนอยู่ในห้อง แต่รู้สึกว่าที่ด้านหลังมันเหมือนจะมีอะไรบางอย่างอยู่ เหมือนเงาดำๆ  อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่ทักมันนะ แล้วก็กลับบ้านทั้งที

จนวันรุ่งขึ้น หลังเลิกเรียนผมก็มาทำงานตามปกติ แต่วันนี้ผมไม่เห็นมันมาเรียนหรือมาทำงาน คิดว่ามันคงลาหรือโดดงานอีกเช่นเคยนั่นแหละ จนกระทั่งมันไม่มาทำงานเป็นอาทิตย์ คนในที่ทำงานก็เริ่มคุยกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นวะ จนหัวหน้าเข้ามาบอกว่า เพื่อนโดดงานบ่อยขนาดนี้ ไปตามเพื่อนกันหน่อยไหม เผื่อมันเป็นอะไรขึ้นมา 

พอไปถึงอพาร์ทเม้นท์ปรากฏว่าห้องของเพื่อนนั้นล็อกอยู่ ก็เลยให้เจ้าของอพาร์ทเม้นท์มาไขกุญแจให้ เสร็จแล้วก็เปิดประตูเข้าไป พอเปิดประตูห้องเข้าไปเท่านั้นแหละ กลิ่นเหม็นเน่านี่ลอยมาตีเข้าหน้าเลย แล้วก็เห็นว่าศพเพื่อนนอนอยู่กลางบ้าน พอทุกคนเห็น ก็พากันอ้วกแตกกันหมดเลย 

แต่สายตาผมกันสังเกตเห็นว่า ตัวเพื่อนที่นอนอยู่ สภาพศพของมันไม่ได้เหมือนศพที่ขึ้นอืดในห้องทั่วไป ศพมันเน่าเหมือนเศษดินและมีหนอนชอนไชไปทั่วทั้งตัว 

ผมก็เลยคิดว่า อ๋อมันเป็นเพราะสิ่งนี้แหละ เพราะไอ้สิ่งที่มึงทำที่ผ่านมา กูก็ไม่รู้ว่ามึงป่วยตายหรือเป็นอะไรตาย แต่ศพมึงออกมาไม่สวย อาจจะเป็นเพราะสิ่งที่มึงทำมาหรือเปล่า 

แต่หลังจากวันนั้นมันก็มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้น วันนั้นหลังจากเลิกงานตอนกลางคืนขณะที่ผมกำลังเดินกลับห้อง หางตาผมรู้สึกเหมือนจะเห็นอะไรแปลกอยู่ตลอดทาง บางครั้งรู้สึกเหมือนมีเงาเดินผ่าน กลับมาห้องก็เหมือนมีเงาใครเดินไปมาอยู่ในห้อง พอตอนนอนก็รู้สึกฝันร้าย มองไปที่ระเบียงกันเหมือนมีเงามายืนอยู่ แต่ไม่ได้เห็นเป็นตัวเป็นตนนะ 

มันอาจจะเป็นความรู้สึกที่ผมเห็นสภาพศพของมันมาแล้วเก็บเอามาคิดเอามาหลอนก็ได้  ก็พยายามไม่คิดอะไร พยายามใช้ชีวิตไปตามปกติ 

แล้วคราวนี้มีผู้หญิงคนนึงมาสมัครงานใหม่ ผมก็นั่งทำงานพร้อมกับสอนเธอไปด้วย ไปๆมาๆก็เริ่มคุยกันถูกคอ จนผมรู้สึกชอบเธอ และเธอก็ชอบผมเช่นกัน จนเราตัดสินใจคบกัน แล้วผู้หญิงก็บอกกับผมว่า 

“เนี่ย เธอรู้หรือเปล่าว่า เราได้กลิ่นสาบคนตายจากตัวเธอ” 

“มันหมายความว่ายังไงเธอ กลิ่นสาบคนตายหรอ” 

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่เราได้กลิ่นจากตัวเธอจริงๆนะ และอีกอย่าง เราก็เป็นคนมีเซ้นส์ด้วย แล้วเราก็รู้สึกว่าเวลาที่เธอพูด เราได้กลิ่นสาบคนตายออกมาจากปากเธอด้วย และเราก็ได้กลิ่นนี่จากคนอื่นด้วยนะ พวกเธอไปทำอะไรมากันหรือเปล่า” 

ผมนั่งคิดอยู่แป๊บนึง และบอกเธอว่า “เปล่านะ เราไม่ได้ไปทำอะไรมาเลยนะ”ไอ้ครั้นจะเล่าเรื่องเพื่อน มันก็ไม่เกี่ยวกับผม เพราะผมไม่ได้ทำ 

“อืมมม ไม่ได้ทำอะไรมาจริงหรอ ไหนเธอลองพูดอีกทีนึงดิ” 

ผมก็พ่นลมหายใจใส่หน้าเธอไปทีนึง ฟู่…. จนเธอบอกกับผมว่า “อืมมม มันเหม็นจริงๆ” 

เธอฉุกคิดอยู่คู่หนึ่ง แล้วก็บอกกับผมว่า “อ๋อ เธอเคยไปกินเครื่องเซ่นคนตายมาหรือเปล่า” 

“เออใช่ เราเคยกิน” 

“อ้าว แล้วคนอื่นในนี้ทำไม…!! ทุกคนเคยกินกันหมดเลยหรอ”

ผมก็เลยเล่าเรื่องที่เพื่อนเอาเซ่นไหว้จากสุสานคนตายมาให้พวกผมกินให้เธอฟัง  เธอก็บอกว่า “โห ดีนะที่ไม่ได้กินอะไรไปมากกว่านั้น ถ้าเธอกินไปมากกว่านั้น พวกคนตายเขาจะคิดว่าเธอเป็นพวกเดียวกับกับพวกเขา แล้วพวกเขาก็จะพาเธอไปอยู่ด้วย 

ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ะเรื่องนี้มีจริงแค่ไหน แต่เมื่อแฟนผมทักมาแบบนี้ บอกได้คำเดียวเลยว่า ขนลุกชิ…หาย …และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด 

ขอขอบคุณเรื่องเล่าหลอน ๆ จากช่องยูทูป  คืนพุธ มุดผ้าห่ม

บทความ Rewrite ห้ามคัดลอก หรือนำไปเล่าลง Youtube หรือ พอดแคสต์

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here