แอบดูผี ที่บ้านร้าง ทั้งคืน

แอบดูผี ที่บ้านร้าง ทั้งคืน
แอบดูผี ที่บ้านร้าง ทั้งคืน

เกริ่นก่อนนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของ ลูกพี่ลูกน้องผมเอง และเนื้อหาอาจจะดูไม่เหมาะสม ยังไงก็ต้องขอโทษไว้ก่อนนะครับ

เรื่องนี้ผ่านมานานมาก คงจะเกือบๆยี่สิบปีได้แล้วแหละครับ ตั้งแต่สมัยพี่ผมคนนี้แกยังเรียน เทคนิคอยู่เลย

เข้าเรื่อง คือสมัยนั้นพี่ชายผมคนนี้ แกถือว่าเกเร เอาเรื่องเลย ทั้งเรื่องเสเพลไปวันๆ รวมไปถึงยาเสพติดที่พี่แกชอบเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่เรื่อยๆเลย

และในคืนนั้นเอง พี่ชายผมคนนี้กับเพื่อนของเขา ทั้งคู่ขับมอไซต์จาก อ.บ้านนาสาร จะเข้า อ.เมือง สุราษฏร์ แต่ในระหว่างทางทั้งคู่เจอด่านครับ พี่ชายผมแกหักเลี้ยวตั้งแต่เนิ่นๆ แต่… ตำรวจเขารู้ทัน เขาดักรออยู่ก่อนแล้ว และแน่นอน พี่ผมหนีสิครับ สมัยนั้นขับ ซูซูกิ สวิง เครื่อง 2 จังหวะแรงใช่หยอก

ส่วนพวกตำรวจ ก็ไล่กวดมากันเต็มเลย ทั้งกระบะ ทั้งมอไซค์ แต่พี่ผมแกปิดสวิตไฟขับทั้งมืดๆแบบนั้น เพื่อพลางตัว (รถสมัยก่อนปิดไฟได้ทั้งคันรวมไฟท้ายด้วย) พี่ผมแกพยามลัดเลาะเข้าไปในซอยที่แกก็ไม่รู้จักเหมือนกันว่าที่ไหน เพราะปิดไฟขับ คงเป็นเพราะความกลัวว่าตำรวจจะตามมา แกดันขับลึกเข้าไปเข้าไปด้านในพอสมควร

จนแกแน่ใจละว่า หนีพ้นแล้วแหละ แต่… ยังไงก็ออกไปไม่ได้ แกเลยช่วยกันรุนรถไปแอบใต้พุ่มไม้อะไรสักอย่าง แล้วก็เอาใบไม้มาถมๆๆๆ รถเอาไว้ทั้งคัน หลังจากเอารถไปแอบ ทั้งคู่ตอนแรกตัดสินใจจะเดินออกไปตัวเปล่า แล้วกลางวันค่อยกลับมาเอารถ อะไรประมาณนี้ 

แต่พอเดินได้ครึ่งทาง จู่ๆรถตำรวจก็ขับเข้ามาสะงั้น แสงไฟสีแดง ของไซเลน รถตำรวจ แวบๆๆๆ มันกวาดไปทั่วทุกทิศทุกทาง คือสว่างพอที่พี่ผม แกเหลือบไปเห็นกำแพงอะไรสักอย่างอยู่ไม่ไกลมากนัก

ด้วยความกลัวตำรวจ พี่ผมกับเพื่อนแก ต่างพากันคลานๆไปที่กำแพงนั้น แล้วพากันปีนเข้าไปในกำแพง ทั้งคู่ได้แต่แอบมองดูตำรวจ ผ่านช่องว่างของกำแพงแค่นั้นจริงๆ แต่ผ่านไปสักพัก พี่ชายผมรู้สึกหญ้ามันสูงไปหรือเปล่า คือแกคง กลัวงู,กลัวตะขาบ,กลัวกิ่งกือ ก็เลยบอกเพื่อนว่า ข้างหลังเป็นบ้านที่สร้างไม่เสร็จใช่ปะ เข้าไปข้างในเถอะนะ

ทั้งคู่พอเข้าไปในบ้านปุ๊ปก็รู้สึกโล่งขึ้นมาเลย เพราะมั่นใจได้ระดับนึงว่า ตำรวจคงไม่ตามเข้ามาถึงนี้หรอก ทั้งคู่รุ้ดีว่ามันมืดและน่ากลัว แต่ ณ ตอนนั้น ผีกับตำรวจ ขอหนีตำรวจก่อนดีกว่าละวะ

พี่ผมบอกว่าไม่ได้พูดอะไรกันเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะกระซิบเบาๆ ว่าตำรวจไปยังๆ อะไรประมาณนี้ จนผ่านไป เกือบชั่วโมง เสียงรถตำรวจ แสงไซเลนส์ เงียบไปแล้ว ทั้งคู่ก็เลยเดินออกจากบ้านหลังนั้น แล้วก็ปีนกำแพงออกไป ในใจคิดไว้ว่า กูรอดแล้ว พี่ผมกับเพื่อน รีบเดินเร็วๆไปที่รถที่แอบไว้ใต้พุ่มไม้ พอยกรถขึ้นมาปุ๊ป แต่…กุญแจ ไม่มี… ชิบหาย อยู่ไหนวะ มึงทำหล่นไหนเปล่า ? พี่ผมถามเพื่อน ส่วนเพื่อนก็บอกว่า ไม่นะ กุเอาใส่เป๋าเสื้อช๊อบไว้ไม่น่าหล่นหายไหน กูพูดจริงๆ…จนเพื่อนแกนึกได้ว่า สงสัยตอนกระโดดลงจากกำแพง มันน่าจะหล่นตอนนั้น สรุป ต้องวนกลับไปในกำแพงนั้นอีก เพื่อหากุญแจ

พอเดินไปถึงกำแพง ก็เริ่มหาจากด้านนอกก่อนเลย เขี่ยๆไม่เจอ เลยตัดสินใจปีนเข้าไปด้านใน ก็พยามเขี่ยๆก็ไม่เจออีก เพื่อนพี่ผมก็เลยบอกว่า ลองเข้าไปหาในบ้านดู…

หลังจากเดินเข้าไปในบ้านปุ๊ป เจอปั๊ปเลย กุญแจหล่นอยู่กลางห้องเลย พอพี่ผมหยิบกุญแจมาปุ๊ป กำลังจะเดินออกจากประตู แต่จู่ๆก็เห็นอะไรแวบๆ เพื่อนพี่ผมนี่…แกกระชากแขนพี่ผม คือกดลงให้นอนหมอบกับพื้นเลย พร้อมทำเสียง ชุชุชุ พี่ผมงงมากตอนนั้น แต่เพื่อนแกก็ชี้ให้ดูที่กำแพง

พอพี่ผมหันไปปุ๊ป คือชัดมากเลย นั้นคนกำลังนั่งอยู่บนกำแพง… ถึงจะกลางคืนและมืดมากก็จริง แต่แสงของดวงจันท์มันก็สว่างพอให้เห็นได้ลางๆ คือมันไม่ได้ไกลมากหรอก ระหว่างกำแพงและตัวบ้าน แต่ด้วยความที่เห็นลางๆก็เลยไม่รู้ว่าใคร ตอนนั้นคิดได้อย่างเดียวว่าตำรวจแน่ๆ

ทั้งคู่เงียบกริบ… ได้แต่นอนหมอบระนาบไปกับพื้น แต่ตาก็จ้องเงานั้นอยู่ตลอด ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ จู่ๆเงานั้นก็ลุกขึ้นเดินเฉย แต่ว่า…มันเดินบนกำแพง อะไรวะนั้น ? บอกเลยว่าพี่ผมโคตรงง ชนิดทำตัวไม่ถูก เพราะในหัวคิดไว้แล้วว่าตำรวจ แต่ว่าทำไมตำรวจต้องเดินไปมาบนกำแพงด้วย

คราวนี้แหละ หายสงสัยได้เลย เพราะเงานั้น จู่ๆมันก็เดินวกไปที่ขอบกำแพง ไม่แน่ใจว่าต้นอะไร แต่รู้ว่าสูงพอสมควร ดูเหมือนเงานั้นยืนทำอะไรสักอย่าง แต่จู่ๆ แกว๊กกกก เสียงกิ่งไม้โยกลงแรงมาก สภาพตอนนั้นชัดเจนเลย ว่าเงานั้นห้อยต่องแต่ง ชักดิ้นชักงออยู่

คือพี่ผมกับเพื่อน ร้องไห้หยั่งหมาเลย มีแต่น้ำตาแต่ไม่มีเสียงร้อง เพราะกลัวกันเกินลิมิตรของผู้ชายคนนึงที่จะทนกันได้แล้ว แต่สักพัก ภาพชักดิ้นชักงอก็หยุด แล้วเสียงตุบใหญ่ๆ เงานั้นหล่นลงมานอนหงายหลังอยู่ข้างกำแพงด้านใน

ผ่านไปครู่นึง เงานั้นก็ลุกขึ้นมาแล้วเหมือนในมือกำลังลากอะไรมาด้วย แต่ปัญหาคือเหมือนมันกำลังเดินตรงมาที่บ้านเลย พี่ผมกับเพื่อน พากันคลานเอาหลังพิงกำแพงบ้านไว้ เพราะกลัวว่าเงานั้นมันจะเดินเข้ามาในบ้าน (ประตูมีแต่กรอบ ไม่มีบานประตู) ทั้งคู่ได้ยินชัดเลยว่าเธอกำลังเดินขึ้นมาบนฟุตบาทของบ้าน คงเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมรอบข้างมันเงียบเกินความจริงมากๆ ก็เลยทำให้ได้ยินทุกอริยาบท

หลังจากกลัวจนลืมสงสัยว่าเงานั้น หญิงหรือชาย จนเสียงนึงมันลั่นออกมา เฮือกกกก เอือกกกกก เสียงดังอู้อี้ๆเหมือนเสียงผู้หญิงกำลังร้องไห้ออกมา แต่เสียงมันติดอยู่ที่คอ เหมือนลินจุกปากยังไงยังงั้นเลยจริงๆ เสียงผู้หญิงทั้งเดินทั้งร้องวนรอบบ้านรอบนึง ก็เดินออกไป ถึงจะกลัวแต่เพื่อนพี่ผมแกก็อยากรู้ว่าอะไรกันแน่ คือในใจไม่ใช่คนแน่ๆ แต่ก็อยากรู้ว่ามันคืออะไร แกเห็นชัดเลยว่า มันไม่ใช่แค่เงา แต่มันเป็นผู้หญิงผมประบ่า ใสุ่ชุดกระเหมือนครูสมัยก่อน ตอนเราเด็กๆ เดินมุ่งหน้าไปที่กำแพง

แล้วเธอคนนั้นก็ปีนไปนั่งห้อยขาอยู่บนกำแพงเหมือนนั่งมองอะไรอยู่ แล้วสักพักก็ลุกขึ้นเดินบนกำแพง หันหน้าเข้าหาต้นไม้อีกแล้ว แล้วจู่ๆ แกว๊กกกก เสียงกิ่งไม้โยกลง พร้อมสภาพชักดิ้นชักงอของผู้หญิงคนนั้น เพื่อนพี่ผมช๊อคตาค้างเลย เพราะแกไม่อยากจะเชื่อเลย นี้มันภาพเดิมชัดๆเหมือนเคยเห็นมาแล้วเมื่อกี้นี้เลย…

สรุป พี่ผมได้เห็นแค่รอบเดียวเพราะแกไม่กล้าดู แต่เพื่อนพี่ผมแกใจแข็งแกก็นั่งดูอยู่แบบนั้นทั้งคืน ส่วนพี่ผมแกบนในใจว่า… จะทำอะไรก็ทำแต่อย่าฆ่าแกได้ไหมขอร้อง เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอาเหล้า เอาไก่5ดาว5ตัว มาไหว้

จากปากเพื่อนพี่ผมบอกนะ แกบอกว่า พอไก่ขันผู้หญิงคนนั้นถึงจะหายไปเลย แบบไม่เลือนลาง คือหายแวบไปเฉยๆเลย จนต้องเพ่งดูอีกทีแต่ก็หายไปแล้วจริงๆ เรียกได้ว่า ทั้งคู่ ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะต้องทนอยู่กับผู้หญิงคนนั้นทั้งคืน ไม่สามารถลุกขึ้นไปไหนได้เลย ได้แต่แอบมอง แอบฟัง อยู่แต่ในบ้าน

พอตอนเช้าวันพี่ผมเหวอเลย เพราะที่พี่ผมคลานกันเข้ามา ตรงนั้นมันสู่สานเก่าของศาสนาๆนึง ที่ไม่ใช่พุทธ… แต่หลังจากกลับออกไปแล้วพี่ผมก็มาแก้บนให้นะครับ แต่มากันเป็นสิบๆคนเลยรอบนี้ กลางวัน

ขอบคุณที่มา pohihi188

Previous articleยุติการเผยแพร่
Next articleยุติการเผยแพร่