เหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืม

เหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืม
เหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืม

ผมเป็นคนมีเซ็นส์มาตั้งแต่วัยเด็ก คือจะได้ยิน ได้เห็น หรือได้กลิ่นอะไรแปลกๆ เสมอแต่มีเหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืม

เหตุการณ์แรกคือ ช่วงที่ผมอาศัยอยู่ประถม 6 พ่อได้ซื้อบ้านทาวน์เฮาส์ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านจะมีส่วนกลางคือบริเวณสวนและสนามเด็กเล่น ในสวนนั้นจะมีศาลพระภูมิด้วย  ผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงได้ยินคำพูดของผู้ใหญ่ว่า “ห้ามเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืน”  ตอนนั้นผมก็เคยได้ยินได้ฟังมาบ้างแต่ไม่ได้สนใจอะไร 

จนวันนึงผมกับเพื่อนๆ ก็เล่นฟุตบอล เล่นของเล่นกันตามปกติ พอฟ้าเริ่มมืดก็ไม่รู้คิดอะไรกัน เลือกที่จะเล่นซ่อนแอบ ในตอนนั้นเล่นกันประมาณ 5 คน ซึ่งตั้งกฏว่าห้ามออกจากพื้นที่บริเวณสวน เราเล่นกันสลับกันเป็นคนซ่อนและเป็นคนหา บางคนก็หลบหลังเครื่องเล่น บางคนหลบตรงต้นไม้ พุ่มไม้บ้าง  เกมสุดท้ายของวันนั้นคือ ตอนนั้นน่าจะประมาณสองทุ่ม เพื่อนที่ชื่อมอสเป็นคนค้นหา ผมและเพื่อนๆ รีบวิ่งไปซ่อน  ผมก็มองหาที่ซ่อน ตอนนั้นด้วยความซนบวกกับสนุกเลยไม่ได้คิดอะไร  มองไปบริเวณศาลจะมีต้นไม้ประดับสองต้นด้านหน้า ต้นไม้ค่อนข้างใหญ่ระดับนึง สามารถเป็นที่หลบซ่อนของคนได้ บริเวณรอบข้างจะมืดๆ สลัวๆ  วิสัยทัศน์การมองจากทางอื่นจะมองยาก ต้องเดินมาใกล้ๆ  ผมเลยวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ด้านซ้าย โดยหันหลังให้กับศาลพระภูมิ  

ผ่านไปซักพัก มอสก็เริ่มเดินหาเพื่อนๆที่หลบซ่อน  ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกหนาวๆ เย็นๆ ขึ้นมา แต่ก็ไม่คิดอะไร แอบมองเพื่อนต่อไป เพื่อนเริ่มโดนหาเจอทีละคน สองคน  ผมก็ซ่อนตัวพยายามหลบให้เนียนที่สุด แต่ก็รอแล้ว รอเล่า เพื่อนก็ไม่มา ผมก็เลยชะโงกหน้าไปดู คราวนี้เห็นคนกำลังเคลื่อนตัวใกล้ๆ บริเวณต้นไม้อีกต้นหนึ่ง เป็นคนใส่ชุดขาว ตอนนั้นผมนึกว่าเป็นเพื่อน ผมก็เลยรวบรวมกำลังเพื่อจะวิ่งให้ไวที่สุดเพื่อไปแปะคนที่หา  เพื่อให้คนที่หาต้องเป็นคนหาอีกครั้ง 

ผมวิ่งอ้อมต้นไม้ไปหลัง เห็นคนตรงหน้าใส่ชุดขาวแล้ว จังหวะที่ผมกำลังจะเอื้อมมีไปแปะ จู่ๆก็มีความรู้สึกเย็นแล้วขนลุกซุ่  ตอนนั้นมือกับขาผมหยุดชะงักไป สิ่งที่ผมเห็นตรงหน้าคือ คนที่ใส่ชุดขาวค่อยๆลอยเข้าไปในศาลพระภูมิ ผมช็อกครับ ยืนอึ้งไปพักใหญ่ พอได้สติก็รีบวิ่งกลับบ้าน บอกพ่อแม่  แม่เลยดุว่าทำไมไปซน เล่นอะไรตรงนั้น  ผมกลัวมากขอพระมาใส่คอ แม่ก็ปลอบว่าไม่เป็นอะไรๆ ท่านคงมาเตือน หลังจากนั้นผมก็ไข้ขึ้นไปหลายวัน และไม่กล้าเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืนอีกเลย

เหตุการณ์ที่สองคือช่วงมหาลัย พอช่วงที่เริ่มโตขึ้น บวกกับยุคสมัยที่เทคโนโลยี ที่ทำให้ค่อยๆ ความกลัวก็เริ่มลดลง ด้วยความที่บ้านไกลและขี้เกียจเดินทาง ผมกับเพื่อนชื่อตูนได้ตกลงกันว่าจะหาที่พักใกล้ๆ จะได้ไม่เสียเวลาไปกลับ ผมกับเพื่อนออกตามที่พักตั้งแต่เช้า เจอเต็มบ้าง ราคาแพงบ้าง ซึ่งพวกผมไม่มีเงินพอที่จะเช่า 

อยู่ๆก็มีรุ่นพี่คนนึงบอกว่า เพื่อนพี่อาศัยอยู่หอนี้ ราคาถูก ลองไปดูสิ  ผมก็เดินไปตามทางเห้ยมันใกล้มหาลัยมากๆ แต่มันใกล้สามแยก หรือชาวบ้านแรกว่าสามแพร่ง ตอนนั้นเริ่มเย็นแล้วผมกับเพื่อนไปถึงเจอป้าคนนึง ผมถามว่ามีห้องว่าไหม แกบอกมีชั้นสามกับชั้นห้า แต่ด้วยความที่ผมกับเพื่อนขี้เกียจขึ้นบันได เลยถามชั้น 1 ไม่ว่างเลยหรอ   ป้าแกก็นิ่งไปซักพักแกก็บอกเหลือห้องนึง แกเดินไปหยิบกุญแจ แล้วนำทางไปที่ห้อง 

แกก็ไขประตูให้ แต่ไม่เปิดนะ  ผมก็เลยเปิดไปความรู้สึกแรกคือกลิ่นอับ เหมือนกับว่าไม่ได้มีคนใช้ห้องพักนี้มาค่อนข้างนานทีเดียว ขวามือเป็นห้องน้ำ เช็คน้ำก็ปกติ เหลือบเห็นรังนกตรงช่องระบายอากาศ มีพรมหน้าห้องน้ำฝืนนึง ด้านซ้ายเป็นตู้เสื้อผ้าบิวด์อิน สภาพเก่าประมาณนึง ห้องพักนี้มีบริเวณด้านหลัง มีโต๊ะม้าหิน ที่ตากผ้าด้วย  หลอดไฟเก่ากระพริบๆ ผมกับเพื่อนเห็นตรงกันว่าห้องใหญ่ มีพื้นที่ใช้งานเยอะ มีพื้นที่ด้านหลังให้ใช้งานและอยู่ชั้นหนึ่ง ราคาไม่แพง ผมกับเพื่อนเลยตกลงทำสัญญามัดจำ 

วันแรกที่ผมย้ายของเข้ามา ผมก็รู้สึกเหมือนมีสายตามองมาจากหลังห้อง ตอนนั้นเพื่อนผมยังไม่ได้ย้ายมาพร้อมกัน ทำให้คืนนั้นผมต้องนอนคนเดียว ผมกลัวๆเลยเลือกนอนชิดกำแพง แล้วเปิดไฟนอน จนผ่านไปสี่วันเพื่อนผมก็ย้ายเข้ามา ตลอดสี่วันผมรู้สึกไม่ดีเลย ผมก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้เดี๋ยวเพื่อนมันกลัว 

เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ เพื่อนๆก็เริ่มมาเล่นที่ห้อง เพราะเราจะมีคาบว่างระหว่างรอเรียนเยอะ เพื่อนๆเลยมาเล่นที่ห้อง เราก็ดูทีวีเล่นเกมกันปกติ จนมีเพื่อนคนนึงถามว่าเตียงใหญ่ดีวะ นอนกันคนละด้านแล้วตรงกลางเว้นไว้ให้ใคร  ผมด้วยความคะนองและติดตลกเลยปากพร่อย พูดว่าไว้ให้ ผีนอน…เพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆก็สะดุ้ง  พร้อมทักว่าเห้ย ทำไมมึงพูดแบบนั้นวะ ผมก็ขำ  และหลังจากนั้นห้องของผมก็เริ่มมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้น

เพื่อนเริ่มเจอเส้นผมยาวๆ ในห้องน้ำคือเป็นผมผู้หญิงแน่นอน เพื่อนก็ถามผมพาหญิงมาหรอผมก็บอกเปล่า มันก็เงียบๆ ผมก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ  ผ่านมาสองสามวันมันก็เรียกผมไปดูในห้องน้ำ คือเป็นเส้นผมยาวๆ กระจุกตรงตะแกงฝาท่อน้ำ ผมก็มองหน้าเพื่อนแล้วก็พยักหน้า เพื่อนมันก็พนักหน้า ผมกับมันก็เกี่ยงกันว่าใครจะเอาไปทิ้ง สุดท้ายผมก็ต้องไปหาถุงพลาสติกมาแล้วหยิบไปทิ้งด้านนอก ไม่อยากทิ้งไว้ในห้อง 

พอผ่านมาสองสามวันก็เจออีก เพื่อนๆ ผู้หญิงที่ได้ยินเรื่องของผมก็กลัวไม่กล้ามาห้อง จะมีก็แค่พวกผู้ชายบางคนที่มาดื่มมานอนค้างกับผมบ้าง 

เหตุการณ์เริ่มแปลกขึ้นคือตรงตู้เสื้อผ้ามันมักจะมีเสียง กึกกัก หรือเสียงเลื่อนเปิดเพราะประตูมันฝืด แรกๆผมกับเพื่อนก็คิดว่าเป็นเสียงห้องอื่น แต่ไม่ใช่เสียงมันใกล้ๆ ตอนมีเสียงผมกับเพื่อนปิดทีวีเพื่อฟัง เสียงก็หายไปทุกครั้ง เพื่อนผมมันเริ่มกลัว มันเริ่มไปเล่นเกมดึกๆ แล้วกลับมานอนเช้าๆ 

มีครั้งนึงผมไปเรียนแต่เพื่อนผมมันนอนอยู่ในห้อง มันก็คล้องยูไว้ ผมกลับมาเปิดไม่ได้ติดยู ผมก็ตะโกนเรียกมันอยู่นานก็ไม่ตื่น โทรเข้ามือถือก็ไม่รับ ผมก็เคาะเรียกอีกและผมก็ได้ยินเสียงแกร๊กและประตูเปิดมานิดนึง ผมก็เปิดเข้าไปแล้วเปิดไฟก็เห็นเพื่อนมันหลับตาอยู่ ผมก็แปลกใจทำไมมันไปนอนที่เตียงไวจังวะ ผมก็บอก ตูน มึงจะล็อกยูไว้ทำไมวะ มันก็ทำหน้างงๆ แล้วบอกผมเข้ามาได้ไง ผมก็บอกทำเป็นเล่นมึงเปิดให้กุเองตะกี้  ตูนบอกว่ากุเพิ่งตื่น ผมกับมันก็งง เลยไปทดสอบประตูว่าคล้อยยูแล้วดันประตู ไปๆมาๆ จะเข้าได้ไหมผลคือเข้าไม่ได้ตูนมันก็ยิ่งกลัวเข้าไปอีก  

ผ่านไปได้ซักพัก เช้าวันนั้นผมตื่นก่อนก็ปลุกตูนเพื่อไปเรียนด้วยกัน แต่มันขอนอนต่ออีกหน่อยผมก็ออกห้องไปนั่งรอที่คลาส ผ่านไปซักพักมันก็โทรมาหาผมบอกกลับมาห้องหน่อยกุออกไม่ได้ ผมก็งงเป็นไรวะ  ประตูติดหรอหรืออะไรมันบอกไม่รู้วะเปิดไม่ออก  พอผมมาถึงคือประตูโดนล็อกจากด้านนอก คือตัวกลอนเป็นแบบสไลด์เพื่อล็อกแล้วมีรูให้ใส่แม่กุญแจแต่ไม่มีแม่กุญแจนะครับ แต่พวกผมไม่เคยใช้ 

พอเปิดประตูได้เพื่อนก็โวยวาย บอกใครวะแม่งล็อกประตู เช็คชื่อสายเลยกุ ผมกับเพื่อนคิดว่ามีคนในหอแกล้งแน่ ๆ  พอเรียนจบก็ไปกินร้านข้าวหน้ามหาลัย นั่งคุยเรื่องประตูว่าทำไมโดนล็อก ผมกับเพื่อนก็ว่าเราไม่มีปัญหาเรื่องเสียงดัง รบกวนใคร หรือทำอะไรไม่ดีนะ คุยไปๆมาๆ ก็เล่าเรื่องแปลกในห้อง กิฟกับหมิว มันก็มองกันแล้วก็บอกเพราะบางอย่างที่มองไม่เห็นป่าว  หมิวคือคนที่ทักเรื่องเตียง  เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันผิดปกติเกินไป ผมอะรู้ว่ามีอะไรบางอย่างแต่ไม่กลัวนะ เพราะยังไม่เจอจังๆ แต่ตูนนี่กลัวจริงจัง ไม่กล้านอนคนเดียว ถ้าต้องนอนมันไปเหมาชั่วโมงนอนเปิดบอทในร้านเกม 

แล้วก็มาถึงวันศุกร์ผมกับเพื่อน 5 คน ก็ชวนกันมาวงดื่ม แต่ตูนมันกินแต่กับข้าวมันไม่ดื่ม  มี ม่อน บอส ตูน จอม และ ผม ช่วงนั้นเราก็เปิดทีวีรายการเพลงฟังไปดื่มไป คุยไป  ตอนนั้นประมาณสามทุ่มกว่าๆ ก็มีคนมาเคาะห้อง ผมก็เดินไปเปิด เจอผู้หญิงสองคนเค้าก็เหมือนพยายามมองในห้องผมและเค้าก็บอกว่า ห้องนี้ทะเลาะกันหรือเปล่าได้ยินเสียงผู้หญิงกรี๊ด ผมก็บอกว่าห้องนี้มีแต่ผุ้ชายไม่มีผู้หญิงเลย น่าจะเป็นห้องอื่นนะครับ แล้วเค้าก็ขอโทษ เค้าบอกได้ยินเสียงคนกรี๊ดเลยตกใจ ผมกับเพื่อนก็ไม่คิดอะไร นั่งดื่มกันต่อซักพัก ก็มีเสียบตุ๊บดังที่หลังห้อง พวกผมก็หันไปมองไม่มีอะไร ก็ดื่มกันต่อ แล้วก็มีเสียงคนเคาะห้อง คราวนี้ไอ้บอสมันไปเปิด ก็เห็นผู้หญิงน่ารักคนนึง ก็รู้กันว่าเป็นเด็กมัน ที่เรียกว่าเด็กเพราะมันเจ้าชู้ มันไม่คบใครจิงจัง 

พวกผมก็นั่งดื่มกับซักพักไม่ได้สนใจอะไร คุยนั่นนี่ ซักพักใหญ่ไอ้บอสก็กลับมา แต่น้องคนนั้นไม่ได้มาด้วย เพราะมันให้กลับไปแล้ว พวกผมก็งง อะไรของมึงวะ  ไอ้จอมมันก็บอกหน่อยเลยสินะมึง พวกผมถึงบางอ้อเลยครับ มันพาเด็กไปจัดกันในห้องน้ำผม พอเสร็จก็ให้กลับ  ผมเลยบอกมึงนี่แม่ง กุสงสารผู้หญิงวะ ทำไมไม่ให้เกียรติเค้าหรือคบเค้าดีๆวะ มันก็หัวเราะ มันดื่มไปอีกแก้วสองแก้วก็ไปนั่งตัดเล็บ ผมก็ดื่มค่อนข้างเยอะแล้วเลยไปนั่งเล่นมือถือตรงที่นอน  

และก็มีเสียงเคาะอีกครั้ง ผมก็หันไปมองไอ้บอส มันก็ส่ายหน้า ไอ้จอมเลยบอกสงสัยแฟนมาตาม มันเลยลุกไปเปิด แล้วก็เป็นจริงมันก็ต่อรอง บอกใกล้หมดแล้ว เดี๋ยวกลับพร้อมกันเข้ามารอก่อน พอเข้ามาเธอก็มองมาที่ผม ผมก็ยิ้มทักทาย เธอหันหลังกลับแล้วลากจอมไปคุยนอกห้อง ผมก็งง อะไรหว่า จอมก็เข้ามาในห้องก็มานั่งดื่มต่อ ผมถามว่าแฟนเองละ จอมบอกใช้ไปซื้อของ แล้วมันนั่งซักพักก็ขอตัวกลับ ผมก็เล่นโทรศัพท์ เพื่อนคนอื่นๆก็เริ่มเก็บของ เรานอนเตียงสามคน  ผมนอนชิดกำแพง ตูนนอนตรงกลาง บอสริมสุดอีกด้าน ม่อนนอนพื้น ผมหลับสนิทจนถึงเช้า 

พอตื่นก็เห็นเพื่อนๆกำลังคุยกัน บอสเล่าว่าตอนนั้นได้ยินเสียงคนตัดเล็บใกล้ๆ  มันพยายามข่มตานอน แต่ก็นอนไม่หลับ พอจะนอนก็เหมือนมีอะไรมากระตุกที่ขา มันพยายามมองก็เห็นเป็นเงาดำๆ เดินไปเดินมาในห้อง มันคลุมโปงจนหลับไป พอตื่นมาอีกทีก็เช้า มันก็พยายามทบทวนเรื่องเมื่อคืน แต่มันก็ต้องตกใจกลัวเพราะมีเศษเล็บอยู่ใกล้ๆที่มันนอน พวกผมก็บอกก็มึงตัดเล็บ เล็บมึงอะแหละ มันบอกไม่ใช่ของมันทิ้งไปแล้ว พวกผมก็ไม่สนใจอะไร 

เวลาผ่านไปหลายวัน พวกผมก็ไปเล่นเกมกันที่ร้าน ช่วงประมาณหนึ่งทุ่ม ไอ้บอสก็โทรมาว่าอยู่ไหนกันวะ ผมก็บอกอยู่ร้านเกม ซักพักมันก็เดินมากับสาวคนใหม่ มันขอกุญแจห้อง ผมก็ถามมึงจะเข้าไปทำไร  มันก็ยิ้มๆ ผมบอกไม่ให้นะ ถ้าจะทำอะไรก็ไปที่อื่น  มันเลยบอกเข้าไปยืมหนังสือ ผมถามย้ำแน่ใจนะ มันก็บอกอือ….เดี่ยวรีบมา ไอ้ตูนบอกถ้ามึงไม่ได้ไปเอาหนังสือไปทำอย่างอื่นขอให้ผีหลอกมึง มันก็หัวเราะแล้วเอากุญแจไป   

ผ่านไปยี่สิบนาทีมั้ง มันก็โทรมา มันบอกกุญแจอยู่ในห้องรีบออกมาไม่ได้ล็อก ผมก็ด่าเลยอ้าวไอ้ห่ากุญแจก็ไม่เอามาคืน เสือกไม่ล็อกห้องอีก  มันก็บอกกุหนีผี มันสารภาพว่ากะจะพาหญิงไปมีอะไรกัน  แต่จังหวะที่กำลังคลอเคลียหางตามันเห็นคนใส่ชุดขาวลอยผ่านหน้าต่างหลัง มันก็เลยหยุด แล้วกตั้งใจมองซักพักมันเห็นผู้หญิงผมยาวใส่ชุดขาวร้องกรี๊ดตรงหน้าต่าง มันรีบวิ่งออกจากห้องทิ้งผู้หญิงเลย ผู้หญิงก็ตกใจอะไร ก็เลยออกจากห้องตามมันมา 

ผมกับตูนก็คิดว่ามันโกหก คงเรียบร้อยแล้วละ แต่แต่งเรื่องหลอกพวกผม  หลังจากนั้นผมก็บอสก็ห่างๆกัน จนได้ข่าวมันไปทะเลาะเรื่องหญิงกับคนอื่นจนลาออกไป ผมกับตูนก็อาศัยห้องนั้นต่อ ผมเริ่มฝันไม่ดี ฝันว่าตัวเองอยู่ในห้องนั้นมีผู้หญิงอยู่ปลายเตียง คืนต่อมาผมปิดไฟแต่เปิดทีวีนอนก็ฝันเหมือนเดิมอีกแต่คราวนี้เข้ามาคล่อมตัวผมพยายามบีบคอ ผมก็เหมือนกำลังจะตาย อึดอัดหายใจไม่ออก บทสวดหรืออะไรก็ลืมหมด ตอนนั้นคิดได้มีตะกรุดที่ปกติใช้ติดตัว แต่ไม่ได้ห้อยหรือคาดเอว  ผมก็พยายามเอามือไปจับตะกรุด เวลาตอนนั้นเหมือนกำลังจะหมดแรงแล้ว แต่ก็ใช้แรงฮึดสุดท้าย จับตะกรุดได้ แล้วผมก็สะดุ้งตื่น โดยที่มือยังจับตะกรุดอยู่ ผมเริ่มรู้สึกว่าไม่ดีแล้ว เลยรีบออกไปร้านเกมรอจนสว่าง ผมโดดเรียนวันนั้นเลย 

ผมหนีกลับบ้าน ไอ้ตูนมาไม่เจอผมก็ถามไปไหน ผมก็บอกพอดีมีธุระด่วนไปต่างจังหวัดสองสามวัน ผมกลับบ้านก็ไปห้องพระก่อนเลย หาพระ วัตถุมงคลใส่  เพื่อความสบายใจ  แต่ใจก็ห่วงตูน สามวันผ่านไปผมกลับไปห้องไม่เจอเพื่อน  ผมก็นอนดูทีวีซักพักมันก็กลับมา มันก็รีบลากผมไปร้านข้าว มันก็เล่าว่า ตอนผมไม่อยู่มันจะไปเล่นเกมจนเช้า พอกลับมานอนก็จะเปิดไฟ เปิดทีวีนอน 

คืนแรกมันฝันว่า มันนอนอยู่ในห้อง ในห้องมีพัดลมเพดาน มันเห็นผู้หญิงผูกคอตายกับผมลมเพดาน แล้วปลายขาห้อยมาเกือบๆ โดนหน้ามัน  มันก็ร้องลั่น จนสะดุ้งตื่น แล้วคืนที่สองมันก็โดน คราวนี้มันบอกกำลังนอนตะแคง พอพลิกตัวมันก็เห็นแบบระยะประชิดเลย เรียกว่าหายใจรดหน้าเลย พอมันจะวิ่งหนีออกประตู  ประตูก็เปิดอย่างแรงแล้วก็มีผุ้หญิงชุดขาววิ่งมากรี๊ดตรงหน้ามัน   มันตกใจตื่น เหงื่อแตกเต็มตัว มันไม่กล้านอน มันนอนแต่ร้านเกมกลับมาเปลี่ยนชุดเฉยๆ  

ผมกับมันก็ทนอยู่เพื่อเอาค่ามัดจำ ระหว่างนี้ก็นอนร้านเกมบ้าง ห้องเพื่อนบ้าง ตูนมันก็บอกว่าตอนไปนอนห้องไอ้จอม จอมมันเล่าวันที่กินเหล้าแล้วแฟนมันมาตามที่ห้องเรา แฟนจอมมันเห็นผู้หญิงนั่งซบไหล่ผม ช่วงที่แล้วไม่ค่อยอยู่ห้องคือช่วงนั้นผมทำเรื่องจบแล้ว แต่ ตูนมันจะจบช้ากว่า มันต้องไปอาบน้ำแต่งตัวในห้องเหมือนเดิม ช่วงที่มันจะไปเรียนมันเห็นเหมือนป้าเอาดอกไม้ธูปเทียน ผลไม้เข้าไปในห้องพัก ห้องใกล้ๆกับที่ผมเคยอยู่ คือห้องนั้นไม่เคยเห็นคนมาพัก ไม่เคยเห็นคนเข้าออก หลังจากครบกำหนดเราก็ได้เงินคืนแล้วแบ่งกัน ผมกับเพื่อนก็พยายามหาข้อมูลแต่ก็ไม่ได้อะไรเลย ขนาดติดสินบนให้เงินป้าก็ไม่เล่า หลังจากเรียนจบนั้นผมสมัครทหาร 

เวลาผ่านมา 6-7 ปีได้ ผมยังรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีจ้องมอง หรือ คนตามอยู่ตลอด และ ตอนที่อยู่ในบ้าน มันมีเสียงแปลกๆตอนแรกผมก็คิดว่า เสียงไม้ลั่น แต่มันไม่ใช่แน่นอน ผมก็ถามน้องสาวว่าห้องมีเสียงอะไรไหม น้องบอกไม่มีนะ เสียงมันเกิดเฉพาะในห้องของผม มีเสียงที่ตู้เสื้อผ้า และ ขวดพลาสติกที่ใช้ดื่มน้ำ บางทีก็มีเสียงแกร๊บเหมือนมีคนบีบ ผมก็ยังไม่คิดอะไรเพราะบ้านมีพระประธาน มีหิ้งพระ มีพระพิฆเนศ จี้กง พี่จุกพี่จันทิมา ซึ่งตอนพาพี่จุกพี่จันทิมาเข้ามาบ้านก็บอกท่านแล้วว่าอย่าทำให้คนในครอบครัวเห็น ได้ยินหรือกลัว เพราะที่บ้านกลัวเรื่องกุมารมาก

ขออนุญาติท้าวความ พ่อเคยเอามากุมารสายพรายมาเลี้ยงตอนสมัยอยู่หนองแขม เฮี้ยนมาก ทั้งวิ่ง ทั้งปรากฏกาย ทั้งเสียง ซนมากๆ  ข้างบ้านถึงกับย้ายหนีเลย จนตอนผมเกิดแม่เห็นผมร้องไห้ทุกวัน แม่เลยคิดว่าพี่เค้าแกล้งให้พ่อเอาไปให้พระ  หลังจากนั้นผมก็ดีขึ้น ไม่ค่อยร้องไห้อีก ส่วนพี่จุกพี่จันทิมา วันเช่าบูชาเคยได้ยินเสียงผู้ชายกระซิบว่าตื่นได้แล้ว ตอนซื้อชุดมาให้พี่จุกพี่จันทิมา ตอนเคลิ้มๆ ก็เห็นภาพนิมิต พี่จุกใส่ชุดเราเดินอยู่ข้างล่างบ้าน และก็เหมือนเคยฝันถึงพี่จันทิมาครั้งนึงแต่จำไม่ค่อยได้  

มีช่วงหนึ่งน้าของผมเค้าผมขอพักอาศัย  เค้าตกงาน ชอบดื่มเหล้า เค้าเล่าให้ฟังว่า ทุกคืนจะมีเสียงแปลกๆ และเหมือนมีคนมาอยู่ตรงปลายเตียง เป็นเงาดำๆ  น้าก็คิดว่าพ่อหรือผมเลยเดินไปเปิดไฟ พอเปิดไฟก็ไม่เจออะไร พ่อก็ถามไปทำอะไรไม่ดีป่าว เข้ามาบ้านได้ไหว้สิ่งศักสิทธิ์ในบ้านไหม น้าก็บอกว่าไหว้ครับ ผ่านมาอีกวัน น้าหนีออกจากบ้านเลย บอกนอนไม่ได้แล้ว มารู้ทีหลังว่าน้าไปห้องพระของพ่อแอบขโมยพระไปขายหลายองค์เลยเจอดี

เมื่อไม่นานมานี้ คำตอบของผมก็มาถึง  วันนั้นผมเดินผ่านหมอดูตรงเวลาสะพานลอยแห่งหนึ่ง เค้าก็ทัก ไอ้หนุ่มดูดวงไหมเรื่องความรัก ผมก็บอกว่าลองก็ได้ ยังไม่ทันให้วันเดือนปีเกิดอะไร หมอก็บอกหนุ่มเมื่อเราเจ้าชู้นะ มีสาวมาคุยมาติดพันเยอะ แต่ว่าคบกับใครก็เลิกเรา โดนเค้าหักอก โดนเค้านอกใจ ผมก็โอ้วโคตรแม่นเลย  คือ ผมช่วงมหาลัยผมได้ คบกับผู้หญิงคบได้ไม่นานก็จับได้เค้านอกใจ เป็นแบบนี้ตลอด คือผมก็งงนะว่า ทำไมที่คบด้วยต้องมีมือที่สามมาเกี่ยวตลอด รักๆ เลิกๆ จบไม่ดีเลยซักครั้ง 

แล้วหมอก็พูดว่าเพราะว่าคุณมีเจ้าของติดตามตัวมา เค้าบอกว่าลองไปทำพิธีคำขอขมา ถอนสำสัญญา ผมก็รับฟัง ดูเสร็จก็ให้ค่าครูไป กลับมาบ้าน เอาไงดี  จะทำพิธีก็แลดูวุ่นวายและกลัวที่บ้านตกใจ เลยหาวิธีถอนคำสาบาน ผมก็ตั้งจิตสวดมนตร์ แผ่เมตตา ตามด้วย คาถาและคำกล่าวตอนคำสาบาน แล้วเข้านอนปกติ คืนนั้นผมไม่ได้นอนเลยครับ มีเสียงดังทั้งคืน  ทั้งที่ตู้บ้าง ขวดน้ำบ้าง เสียงทุบกำแพงบ้าง  คือเสียงมันดังตั้งแต่ ตีหนึ่งถึงตีสี่ ไม่มีใครตื่นมาทุบกำแพงแน่ ก็ข่มใจเงียบไว้ 

ผมเริ่มมีอาการแปลกๆ น้ำตาไหลเอง เหมือนมันซึมๆออกมา  ตอนแรกก็คิดว่าใช้สายตาเยอะไปใช้น้ำตาเทียม พยายามงดใช้สายตา แต่ไม่ดีขึ้น หาหมอก็แล้วหมอบอกไม่มีอาการผิดปกติใดๆ  เป็นแบบนี้ตลอด ทุกคืนผมก็จะทำแบบเดิมอาการทางตาก็ยิ่งแย่ลงๆ  ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงดี ผมได้ยินเรียกท่านท้าวเวสสุวรรณว่าภูติ ผี ปีศาลจะเกรงกลัวอำนาจ บารมีท่าน ผมก็ได้ติดต่อคนรู้จักบอกอยากให้ช่วย 

ผ่านไปสามวัน  น้ำตาผมก็ซึมไหลจนเป็นเมือก อาการยิ่งแย่ลง  แทบจะลืมตาไม่ขึ้น และก็มีโทรศัพท์มา ผมก็ให้พ่อไปรับของและทำพิธี ได้รับผ้ายันต์ท่านท้าวเวสสุวรรณจากวัดจุฬามณี มาสองผืน และ ล็อกเก็คท้าวเวสสุวรรณ  หลังจากแปะผ้ายันต์ไว้หน้าบ้าน ก็มีกระแสลมแรง พัดผ่านหน้าบ้าน แล้วพ่อก็ไปแปะชั้นบน ผมก็รับล็อกเก็ตมาใส่ไว้ที่คอ วันนั้นก็ใช้ชีวิตปกติกินข้าวเสร็จก็ไปนอนเล่นในห้อง  เวลาผ่านไปไม่รู้นานแค่ไหนผมก็เคลิ้มหลับ ฝันว่ามีผุ้หญิงชุดสีขาวนอนข้างๆ กำลังเอื้อมมือมากอดผม แต่พอเธอโดนตัวผมก็กรี๊ดเหมือนเจ็บปวดแล้วหายไป ผมก็ลืมตาตื่น ก็ไม่มีอะไร 

ผมเพิ่งสังเหตุเวลาที่ผมนอน ผมมักจะนอนเบียดๆกำแพงตลอด เหมือนเว้นที่ไว้ให้บางคนนอนด้วย พอเช้ามาผมก็ออกมาหน้าบ้าน บรรยากาศมันดีกว่าที่เคยเป็น มีเสียงนกร้อง อากศสดชื่นมาก  อาการทางตาของผมค่อยๆดีขึ้นๆ คือผมเองก็ไม่รู้ว่าเป็นวิญญาณเดียวกับที่เคยเจอสมัยมหาลัยหรือเปล่า หรือเป็นคนที่อดีตชาติผมเคยสาบานด้วยไว้ แต่ตั้งแต่นั้น ผมสวดมนตร์ ไหว้พระ แผ่เมตตาตลอด หลับสบายไม่มีอะไรมารบกวน 

ผมอยากเตือนว่า สิ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่จริง อยู่ไปลบหลู่ หรือ ไปพูดอะไรไม่ดี  

ประสบการณ์จากสมาชิก

ติดตามอ่านเรื่องเล่าผีต่อได้ที่ คลังหลอน

Previous articleบ้านร้างในตำนาน
Next articleว่านปริศนา ถ้าบอกว่ามันเป็นปอบมันก็เป็นปอบ