Home กระทู้ผีพันทิป อย่าแกล้งเพื่อน

อย่าแกล้งเพื่อน

อย่าแกล้งเพื่อน
อย่าแกล้งเพื่อน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเราและเพื่อนอีกหลายๆคน เราเป็นคนจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือตอนต้น ในช่วงปี 2558 เราได้สอบเข้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นโรงเรียนดังในจังหวัด จนสอบติดก็ได้ย้ายเข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนแห่งนี้ จนได้พบเจอกับเพื่อนๆมากมาย แต่มีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ผมขอใช้ชื่อว่า ซัน แล้วกันนะครับ 

ซันเป็นเด็กหัวดี ฉลาด และเก่งเอามากๆ คนหนึ่ง แต่มนุษย์สัมพันธ์ไม่ค่อยดี เนื่องจากเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียว เก็บตัวเงียบ จึงทำให้มีแต่คนอยากแกล้งซัน รวมถึงเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน

ซันรู้จักกับเรามาตั้งแต่ประถมแล้ว เพียงแต่ว่าเราอยู่คนละโรงเรียนกัน เรากับซันสอบเข้าโรงเรียนแห่งนี้ได้และได้อยู่ห้องเดียวกัน ในทุกๆวันที่มาโรงเรียน ซัน มักจะโดนเพื่อนแกล้งอยู่บ่อยครั้ง โดนด่าบ้าง โดนตบตีบ้าง โดนต่อยบ้าง เพราะซันเป็นคนที่อ่อนแอ และไม่ยอมสู้คน 

ซันเคยพูดกับเพื่อนสมัยประถม และคนที่เคยแกล้งตัวเองเอาไว้ว่า “ถ้ากูตายไป กูจะมาเอาคืนทุกคน ที่แกล้งกูให้หมด” แต่ดูแล้ว ก็ไม่มีใครมีท่าทีจะหยุดแกล้งเขาเลย เพราะคิดว่าเป็นเพียงแค่คำพูดลอยๆ ไม่น่าใส่ใจเท่าไหร่นัก

จนมาช่วงปี 2558 ประมาณช่วงเดือนสิงหาคม เป็นช่วงเข้าพรรษา ทางโรงเรียนหยุด 3 วัน ให้นักเรียนไปทำบุญเข้าพรรษาตามประเพณีวัฒนธรรมไทย ซึ่งซันนั้น ได้หยุดโรงเรียนไปถึง 3 วัน และเดินทางไปต่างจังหวัดกับญาติ เพื่อไปทำบุญที่วัด แต่พอโรงเรียนเปิด ซันกลับไม่มาโรงเรียน แต่ก็ไม่มีใครเอะใจอะไรมาก จนครูประจำชั้นมาบอกว่า ซัน ไม่สบาย เข้าโรงพยาบาล 

จนเวลาล่วงเลยมาหลายวัน เราและเพื่อนๆก็เริ่มเอะใจ จนทราบมาภายหลังว่า ช่วงที่ซันกลับบ้านไปทำบุญที่วัด ในช่วงเข้าพรรษา ขากลับซันได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตัวซันนั้นได้กระเด็นออกนอกรถ แล้วกลิ้งไปอยู่ท้ายรถยนต์ ทำให้ล้อรถยนต์ทับหัวของซันเข้าอย่างจัง จริงๆแล้วซันเสียชีวิตตั้งแต่ตอนนั้น เพียงแต่ว่าทางโรงพยาบาลได้ยื้อชีวิตและลมหายใจเอาไว้ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ แต่ความจริงแล้ว สมองของซันนั้นได้ตายไปแล้ว 

ซึ่งเป็นที่ฮือฮามากในห้อง แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าซันนั้นเสียชีวิตแล้ว เพราะคิดว่าซันน่าจะเข้าโรงพยาบาล เพราะไม่สบายหนัก และรักษาตัวจากอุบัติเหตุ  จนครูประจำชั้นออกข้อเสนอแนะว่า จะให้นักเรียนทุกคนรวบรวมเงินซื้อกระเช้าไปเป็นของขวัญเยี่ยมซันที่โรงพยาบาล คุณครูได้ให้พวกเราช่วยกันเสนอความคิดเห็นว่าจะซื้ออะไรไปเยี่ยมซันดี และจะต้องใช้เงินกันคนละกี่บาท  

เราและเพื่อนในห้องก็ช่วยกันคิดและเสนอเล่นๆไปว่า ซื้อปลาทูให้สิครับ ออกเงินคนละ 2 บาทก็พอแล้ว คำตอบนั้น ทำให้ครูโกรธเอามากๆ 

จนเวลาล่วงเลยมาอีกวันนึง มีเพื่อนคนนึงบอกกับเราว่า ซันเสียชีวิตแล้วนะ แต่เราไม่เชื่อ เราบอกเพื่อนคนนั้นอย่างเดียวว่าเราไม่เชื่อ เพื่อนๆและเราก็พากันไปถามครูประจำชั้น จึงทราบจริงๆว่า ซันได้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุแล้ว ซึ่งวันที่ซันเสียเป็นช่วงเวลาตี 3 

ในวันที่เรารู้ความจริงว่าซันเสียชีวิตแล้ว วันนั้นมันแปลกเอามากๆ เพราะจู่ๆฝนก็กตกลงมา วันนั้นเรากลับจากโรงเรียน เราเดินมากับเพื่อนอีกคนนึง ระหว่างที่เดินอยู่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะอาการเรายังเศร้าๆอยู่ แต่ระหว่างที่เดินกับเพื่อนเราสัมผัสได้ว่า มีหัวคนอยู่ระหว่างกลางช่องที่เดิน แต่ในตอนนั้น เราคิดว่าเราคงมโนไปเองนั่นแหละ คงไม่มีอะไรมากหรอก จนกระทั่งช่วงเวลาตกตึก ปกติในซอยบ้านของเรา จะไม่ค่อยมีสุนัขเห่าหอนสักเท่าไหร่ น้อยครั้งมากๆที่พวกมันจะหอน แต่วันนี้พวกมันหอนกันตั้งแต่ปากซอย ไล่มาเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านเรา 

คืนนั้นเรานอนร้องไห้เลย นึกย้อนถึงตอนที่ซันยังมีชีวิตอยู่ ทำให้รู้สึกสงสารเพื่อนมากๆ ไม่น่าไปแกล้งมันเลย เราร้องไห้และเสียใจจนคล้อยหลับไป แล้วเราก็ฝัน เห็นซันมานั่งร้องไห้ สีหน้าและแววตาของซันนั้น มีทั้งความเจ็บใจ มีทั้งเสียดาย เกลียดและแค้นเอามาก ๆ แล้วซันก็ชี้มาที่หน้าของเรา แล้วก็พูดว่า “กูจะเอามึงไปอยู่ด้วย” 

จนเช้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นมาด้วยอาการมึนงง พอไปโรงเรียน เราก็เล่าเรื่องที่ฝันถึงซันให้เพื่อนฟัง แต่ก็ไม่มีใครเชื่อเรา แถมเพื่อน ๆ ยังหาว่าเราคิดมาก คิดเองเออเองไปเรื่อย จนถึงช่วงตกดึก เสียงหมายังหอนทั่วทั้งซอยบ้านเราเหมือนเมื่อคืน ฟังแล้วน่ากลัวมาก พวกมันหอนกันไม่ยอมหยุด  ด้วยความกลัว คิดอะไรไม่ออกทำอะไรไม่ถูก เราจึงตัดสินใจแผ่เมตตาให้กับซัน แล้วก็คล้อยหลับไป เราหลับไปได้ไม่นานก็ฝันอีกแล้ว แต่ในครั้งนี้ซันมาดี ซันพูดกล่าวขอบคุณเราที่แผ่เมตตาให้ แล้วก็ยิ้มให้เรา ในใจของเราตอนนั้นทั้งดีใจและก็กลัวเอามากๆ คิดว่าเรื่องคงจะจบแล้วหล่ะ แต่มันยังไม่จบ

หลังจากที่ซันเสียชีวิตไปได้ 3 วัน วันจันทร์โรงเรียนก็เปิดพอดี เพื่อนที่นั่งข้างกันเป็นประจำ ก็ไม่กล้านั่งที่เดิม และในคาบแรกที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นวิชาที่ซันชอบเอามากๆ เรานั้นนั่งใกล้ๆเยื้องๆกับโต๊ะของซัน ระหว่างที่เรียนอยู่นะ เราสัมผัสได้ว่า ซันมานั่งเล่นกับเราด้วย แต่ซันมาแต่ตัว ไม่มีหัว เรารู้สึก แต่เราก็เงียบไว้ เพราะกลัวว่าจะพูดหรือทักอะไรออกไปไม่ดี กลัวว่าเพื่อนจะว่าเรามโนอีก เราเลยเงียบๆไว้ 

แต่เพื่อนในห้องเราอีก 2 คน ก็เห็นเหมือนกับเรา เห็นว่าซันไม่มีหัว บางคนหนักกว่านั้น เห็นแต่หัว ไม่มีตัว ในช่วงที่ซันเสีย เพื่อนทั้งห้องก็ได้มาถามไถ่กันเยอะพอสมควร แต่มีเพื่อนอยู่คนนึง ที่สนิทกับซันอยู่พอสมควร 

ช่วงที่การเสียชีวิตวันแรก ผมขอสมมติชื่อเพื่อนคนนี้ว่า พี นะครับ พีกับซัน ค่อนข้างที่จะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน แต่พียังไม่รู้ว่าซันเกิดเหตุการณ์และเสียชีวิตแล้ว ซึ่งปกติในทุกๆวันซันจะไปเล่นกับพี บางครั้งก็ยิ้มและโบกมือให้ก่อนที่จะกลับบ้าน แต่วันนั้นพีเล่าว่า เห็นซันมาโรงเรียน ยิ้มให้ที่โรงอาหารของโรงเรียน โบกมือบ๊ายบายหน้าโรงเรียน ซึ่งในตอนนั้นพีก็ยังไม่รู้เรื่องว่าซันได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่พอพี่ทราบว่าซันเสียชีวิตแล้วก็รู้สึกขนลุกซุู่ไปทั้งตัว วันต่อมาก็ไปทำบุญให้ซันเลย

เหตุการณ์ของพี่เราคิดว่าเรื่องต่างๆน่าจะจบลงด้วยดีแล้ว แต่มันก็ยังไม่จบ มีเพื่อนคนนึง ขอสมมติว่าชื่อ นุ แล้วกัน นุ เป็นเพื่อนสมัยประถมของซัน ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่านุเคยแกล้งอะไรซันหรือเปล่า แต่เพื่อนต่างห้องคนหนึ่งเล่าให้เราฟังว่า เห็นซันขี่คอตามนุไปในทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน จนไปถึงที่บ้าน ปัจจุบันเราก็ไม่ทราบว่าซันยังตามนุอยู่หรือเปล่า 

จนเวลาล่วงเลยมาถึงวันเผา ซึ่งทางโรงเรียนให้เด็กนักเรียนห้องเดียวกับซันไปร่วมงาน เราก็ได้ไปช่วยงานด้วย ในระหว่างที่ขบวนพิธีรถกำลังแห่เข้ามา เราสัมผัสได้ถึงการเห็นซัน ซันมาในอาการโศกเศร้า เหมือนยังยึดติดกับอะไรสักอย่าง จนถึงขั้นตอนเผา เราเห็นซันยืนอยู่ข้างๆตัวเอง และในช่วงที่กำลังเผา เราได้เห็นซันหายไป แต่เพื่อนคนนึงเห็นซันยืนมองพ่อกับลุงที่กำลังทุบกำแพง ในอารมณ์ที่เสียใจและเศร้าเอามากๆ ซันมองแม่ที่กำลังเป็นลม และหลังจากวันเผา เราก็ไม่เคยเห็นซันอีกเลย 

เรื่องนี้อาจจะไม่ค่อยน่ากลัวสักเท่าไหร่ แต่เรารู้สึกเสียใจมากๆ เพราะเพื่อนที่เจอกันทุกวัน ต้องมาเสียชีวิตในวันที่เขากลับไปทำบุญ แต่วงจรชีวิตมนุษย์ก็อยู่กับการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เราอยากจะเตือนใจและเตือนสติของตัวเอง และคนอื่นๆ อยากให้ทำดีกับคนอื่นไว้มากๆ แม้เขาจะไม่ดีกับเรา แต่อย่างน้อย ก็เป็นการสร้างสิ่งดีๆ วันนี้เราอาจจะไม่มีค่า แต่วันหน้าเขาอาจจะเห็นค่า เห็นความดีของเรา อย่าไปคิดรังแก รังควานเขาแบบผิดๆ ถ้าคิดเล่นๆแบบไม่รุนแรง ก็ขอให้อยู่ในกรอบความเป็นเพื่อน ดูสภาวะร่างกาย สภาวะจิตใจของเขา ว่าเขาสามารถเล่นกับเราได้ไหม …เรื่องราวทั้งหมดก็จบเพียงเท่านี้

ที่มากระทู้เด็ดสยองขวัญ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here