หาดนางรำ

หาดนางรำ
หาดนางรำ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเราเรียนอยู่ชั้น ม. 4 ที่โรงเรียนในตัวอำเภอ ก่อนที่จะย้ายไปเรียนต่อ ม.5 ที่กรุงเทพ อย่างที่บอกไปเมื่อตอนที่แล้ว เป็นปกติที่ในแต่ละเทอม จะมีการไปทัศนศึกษาของนักเรียนแต่ละชั้น(เชื่อว่าทุกคนเคยมีประสบการณ์) เมื่อถึงเวลาประชุมเลือกสถานที่ เพื่อนๆเราก็เสนอกันมาสามที่ คือ จ.ชลบุรี จ.ประจวบ และ กรุงเทพมหานคร ครูประจำชั้นจึงให้พวกเราโหวตสถานที่ที่อยากไป สรุป เราได้ไปทัศนะศึกษาที่ จ.ชลบุรี ครูประจำชั้นขอแทนว่าครูก้อย นะคะ ครูก้อยบอกว่าจะไปลองหาสถานที่ดูว่าจะไปไหนกันบ้าง เมื่อถึงวันที่จะไปกัน พวกเราก็ตามประสาวัยรุ่น แต่งตัวกันแบบจัดเต็มมาก มีเพื่อนบางคนที่ไม่ได้ไป 

เรานัดรวมตัวกันที่ โรงเรียนตอนประมาณ ตี 5 เรากับเพื่อนในแก้งค์ มีกัน 7 คน ก็นัดรวมตัวกันที่บ้านเราก่อนเพราะบ้านเราใกล้โรงเรียนที่สุด และที่สำคัญเป็นร้านขายของที่แม่เอ่ยปากว่า มาตุนของไปกินได้เลย แต่ละนางก็ตั้งใจมาขนเต็มที่ พอเพื่อนมาครบ เราก็เลยไปที่โรงเรียนกัน การไปทัศนศึกษาครั้งนี้ เราได้ขึ้นรถบัสที่ครูก้อยจ้างมา ระหว่างทางก็เป็นเรื่องปกติที่รถบัสต้องปิดเพลงแดนซ์มันๆ เรากับเพื่อนก็เต้นกันเอวจะหลุด ด้วยความสนุกสนาน เราแวะไปสถานที่ต่างๆในจังหวัด 

จนมาถึงที่สุดท้าย ครูก้อยประกาศบนรถว่า เราจะไปพักกันที่หาดนางรำ เราก็เฉยๆเพราะไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว รู้สึกดีใจด้วยซ้ำ เพราะจะได้ไปเล่นน้ำทะเล เดินทะเลตอนกลางคืนคือแบบบรรยากาศดีสุดๆ แต่เพื่อนเราคนนึง หน้ากังวลผิดปกติ เราเลยถามว่า ขอแทนว่าซีนะคะ ซีๆเป็นไรวะ ซีหันมาหาเราหน้านางนี่แบบ คิ้วแทบจะติดกันเลยค่ะ ทีกูไม่อยากไปเลยว่ะ เราเลยถามว่า ทำไมวะ กูเคยได้ยินพี่ชายกูเล่ามาว่า ที่นั่นมีคนตายบ่อยและมีเพื่อนพี่กูคนนึงเว้ย สมัยมาเที่ยวเจอดีเข้าเต็มๆจนเสียสติไปเลย เราคิดในใจ(เอาละไงแล้วกุจะเจอมั้ยเนี่ย) ในใจก็กังวลแต่ได้แต่ปลอบใจเพื่อนว่า ไม่มีอะไรหรอก เราอาจจะไม่เจอก็ได้ อ่ะคิดมาก มากะกูกลัวไรว้า

เมื่อไปถึงที่พัก เรากับเพื่อนๆต่างไปจับจองห้องของตัวเอง ลักษณะที่พักนะคะ เป็นเหมือนบ้านหลังใหญ่ๆที่มีชั้นเดียว หน้าบ้านมีร้านขายของ มีถนนหน้าบ้าน ฝั่งตรงข้ามเป็นทะเล เห็นครั้งแรกคือแบบ ดีมากบรรยากาศดี ติดทะเลด้วย แต่หันไปหาอีซี เห็นหน้านางแล้วหมดอารมณ์ค่ะ หน้ากังวลมากเพราะนางเป็นคนกลัวอยู่แล้ว ครูก้อยแบ่งโซนให้เรา ให้ผู้ชายนอนห้องข้างหน้า ผู้หญิงนอนห้องข้างหลัง คือบ้านจะเป็นชั้นเดียวมีสองห้องใหญ่ๆข้างหน้าข้างหลังค่ะ ห้องน้ำมีประมาน 10ห้องค่ะ ต่อกันยาวๆลักษณะเหมือนห้องน้ำวัด ไม่เป็นไร ด้วยความหลงใหลในทะเล เราให้อภัย 

เราก็เอาของไปเก็บจองที่นอน เรานอนตรงกลาง เพื่อนเรานอนฝั่งละสามคน ส่วนเพื่อนคนอื่นๆก็นอน ตามที่ที่ตัวเองจองไว้ จัดของเสร็จเราก็ชวนเพื่อนเราออกไปหาอะไรกินแล้วจะไปดูเพื่อนผู้ชายเตะฟุตบอลที่ชายหาด ระหว่างที่เราเดินไปเราเห็นยายแก่ๆคนนึง เค้ากำลังกวาดพื้นอยู่ เราก็คิดว่าคงเป็นคนดูแลบ้านแน่ๆ เราก็เดินผ่านแล้วยิ้มให้ปกติ เรากับเพื่อนๆไปที่ร้านค้าตรงหน้าบ้านแล้วไปซื้อขนมกัน ป้าคนที่ขายของถามเรากับเพื่อนๆว่า หนูมาอยู่กันกี่วัน เพื่อนเราคนนึงบอกว่า พรุ่งนี้ตอนบ่ายก็กลับแล้วค่ะ ป้าคนนั้นยิ้มแล้วบอกว่า กลับกันเร็วจังเลย นานๆจะมีคนมาพักสักที หนูมีพระมากันมั้ยลูก ป้ามีให้บูชานะ อีซีหันมาหยิกแขนเราแล้วบอกว่า เห็นมั้ยกูว่าแล้ว เพื่อนเราคนนึงเลยบอกว่า ไม่เป็นไรค่ะป้า พวกหนูมีค่ะ พวกเราเดินออกมาหน้าร้าน เราเลยพูดขึ้นเพื่อเป็นการปลอบใจ ซีว่า ร้านป้าเค้านี่ยิ่งกว่าเซเว่นอีกอ่ะ มีแม้กระทั่งพระให้เช่า พวกเราหัวเราะ แล้วเดินไปที่ชายหาด 

เรากำลังแกะขนม แต่มันดันพลาดหล่นลงไปที่พื้น เราก้มลงเก็บ ตาก็เผลอมองไปที่ด้านหลัง ยายคนนั้นหยุดกวาดพื้นแล้วหันมามองทางพวกเรา เราเลยยิ้มให้แล้วหันกลับมา พวกเรานั่งดูเพื่อนๆเตะบอลกันอย่างสนุกสนาน แต่ก็มีเพื่อนผู้ชายบางคนที่คอยลากพวกผู้หญิงลงทะเล เรารอดค่ะ เพราะเป็นนักวิ่งของโรงเรียน แต่เพื่อนเราไม่รอด เราวิ่งมาไกลจากตรงนั้นมาก เราก็เลยได้จังหวะเดินกลับอย่างช้า ประหนึ่งว่าเป็นนางเอกเอ็มวี 

พอใกล้จะถึงที่เพื่อนๆนั่งอยู่ เราเห็นเพื่อนคนนึงในกลุ่มเราที่ใส่เสื้อสีฟ้า วิ่งเหมือนคนร้องไห้ไปที่บ้านพัก เราตกใจมากค่ะ คิดว่าเพื่อนเป็นอะไรเลยวิ่งตามไปดู (ขอแทนเพื่อนคนนี้ว่าจีนะคะ) ยังไม่ทันได้วิ่งไป ไอ้ซีตะโกนเรียกเรา ทีจะรีบไปไหน เราหันหน้าไปตอบมัน อ้าวก็เมื่อกี้ไอ่จี มัน อ่ะอ้าว เราเงียบไป อีซีพูดขึ้นอีกว่า จีมันเป็นไรมั่งนั่งอยู่เนี่ย เออ กูเป็นไร กูนั่งมองหาอยู่เนี่ยพึ่งเห็นตอนจะวิ่งไปไหนเนี่ย เรางงมาก เพราะที่เราเห็น ไอ่จีวิ่งเหมือนคนร้องไห้ไปจริงๆ แต่คิดในใจว่า รึว่าเป็นคนอื่น แต่เราก็มองไปที่เพื่อนๆทุกคนของเรา ก็อยู่กันครบ เราจึงชวนซีและจี บอกว่าให้ไปเป็นเพื่อนเราหน่อยจะไปเอาของที่บ้านพัก นางทั้งสองก็ไปเป็นเพื่อนโดยไม่มีข้อสงสัย

เรากับเพื่อนๆเดินไปที่ห้องพัก เราก็พยายามมองหาทุกที่ว่าจะมีใครอยู่รึเปล่าแต่ก็ไม่มี เราจึงเดินไปถามยายที่ดูแลบ้านหลังนี้ว่า ยายคะยายเห็นใครใส่เสื้อสีฟ้าวิ่งมาที่บ้านมั้ยคะ ยายไม่ตอบได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าเบาๆ เราเลยบอกว่า ขอบคุณค่ะ เรากำลังหันไปเพื่อจะเรียกเพื่อนทั้งสองคนให้กลับไปที่ชายทะเล เห็นมันสองคนยืนนิ่งหน้าตาตกใจมาก เราเลยพูดออกไปว่า นี่พวกจะยืนตรงนั้นอีกนานมั้ย แล้วเป็นไรวะ ซีและจี ตอบพร้อมกันว่า อ๋อ เปล่าๆป่ะกูอยากเล่นน้ำละไปกันเถอะ เราสามคนจึงเดินไปรวมตัวกลับเพื่อนๆ 

ตกเย็นเรานั่งล้อมรอบเป็นวงกลม เพื่อทำกิจกรรมกัน ห้องเรียนเรามีนักเรียนทั้งหมด 33 คน ชาย 16 หญิง 17 คน เราเลยจับคู่เพื่อทำกิจกรรม แน่นอนต้องมีคนนึงที่ไม่มีคู่ และคนนั้นคือ จี เพราะครูจับตามเลขที่ แล้วนางเลขที่ 33 พอจับคู่กันเสร็จ ครูบอกว่า อ้าวคนที่เป็นเศษ มาคู่กับครู ทุกคนมองไปที่จี แต่นางบอกว่า อะไรอ่ะเรามีคู่แล้วนะ นี่ไง แล้วนางก็ยกมือตัวเองขึ้น เหมือนว่าจะโชว์ว่าคู่ชั้นจับแขนชั้นอยู่ แต่ก็ไม่มีใคร จีทำหน้างง แล้วเดินไปหาครูก้อยด้วยอาการตกใจอะไรสักอย่าง สักพักขณะที่กำลังทำกิจกรรม ครูก้อยก็ตะโกนขึ้นมาว่า นี่เธอทำไมไม่มาร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ ไหนเธอคู่ใคร อ้าว!!! ทำไมวิ่งหนีไปอย่างนั้นล่ะ พวกเราทุกคนมองไปที่ที่ครูก้อยมอง แล้วหันมองหน้ากัน ว่าครูก้อยคุยกับใคร แต่คนที่แสดงอาการได้ชัดคือ ซี เพราะนางกลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราพยายามรวบรวมสติระหว่างที่เพื่อนๆพูดกันต่างๆนาๆ เราคิดในใจว่า ไหนๆก็เจอมาเยอะแล้ว ก็ให้เห็นอีกสักครั้งละกัน ระหว่างที่ลืมตามา ก็ตกใจเลยค่ะ อีนังซียืนอยู่ตรงหน้าแล้วถามว่า เป็นอะไรหลับตาทำไม เราตีแขนมันดังเพลี้ย กูตกใจหมด แต่!!!! ที่ตกใจหนักกว่านั้นคือ ผู้หญิงที่ยืนข้างหลังอีซีค่ะ ใส่เสื้อสีฟ้า ลักษณะท่าทางเหมือนจีเพื่อนเรา แต่ตัวเปียกขาวซีด ยืนก้มหน้าเหมือนคนร้องไห้ เค้าค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา จังหวะนั้นเราคิดนะว่า ถ้าเกิดหน้าเละมากูตายแน่ๆ ได้แต่ยืนนิ่ง เพราะขยับไม่ได้ เค้าเงยหน้ามาหาเราและภาพที่เห็นคือ เค้าไม่มีตาค่ะ ตาเค้าเป็นสีขาว มีน้ำไหลออกจากตาและตามตัวเยอะมาก เราจำได้ว่าเรากรี๊ดดังมาก แล้วเหมือนเราจะเป็นลมไป

หลังจากที่หมดสติไป เราตื่นขึ้นมาอีกทีเห็นเพื่อนๆยืมล้อมรอบตัวเราเต็มไปหมด แต่ยังค่ะ เธอคนนั้นยังไม่ไปไหนยังยืนจ้องมองเราอยู่ในกลุ่มเพื่อนเรา เราหลับตาและภาวนาว่า เดี๋ยวจะทำบุญไปให้ อย่ามาให้เห็นอีกเลย เรากลั้นใจลืมตาขึ้นมาอีกครั้งนึง เฮ้อ!!เค้าไม่อยู่แล้ว เพื่อนเราค่อยๆพยุงเราขึ้น ครูก้อยถามเราว่าเราโอเคมั้ย เราตอบว่าโอเค

หลังจากนั้นเราต่างคนต่างแยกย้ายไปนอนพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกแต่เช้า เพื่อนเราหลายคนมองเราแปลกๆ เราเลยถามซีว่า เป็นไรวะ ทำไมเพื่อนมองกูแปลกๆ ซีเล่าว่า ตอนที่เป็นลมไป อยู่ดีๆก็ตื่นลืมตาขึ้นมา ตาแข็งมาก ร้องไห้ น้ำตาไหลเหมือนน้ำเลยนะ แล้วก็เป็นลมไปอีก เหมือนคนโดนผีเข้าเลย เราตกใจมาก เพราะไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เพราะเราไม่รู้สึกตัวเลย 

ตอนประมาน เที่ยงคืนกว่า ทุกคนแยกย้ายเข้าไปนอนในที่ของตัวเอง เรานอนตรงกลาง ซีนอนข้างๆเรา เรานอนไม่หลับ คิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น นี่เราโดนผีเข้าจริงๆเหรอ มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว เรานอนลืมตาคิดอยู่ซักพัก มีคนเปิดประตูเข้ามา เรานึกว่าครูก้อย เพราะครูก้อยยังไม่เข้ามา สักพักเหมือนเดินมาหาเราเราเลยยกหัวขึ้นดู แต่ก็ไม่มี เราคิดในใจเอาอีกแล้วเหรอ เราเลยหันไปหาซี กอดซีจากด้านหลัง นอนไปสักพัก สะดุ้งตื่นขึ้นมาประมานตี 2 กว่า แขนเรานี่ชุ่มไปด้วยน้ำ เรากำลังจะเรียกซี แต่ที่เรานอนกอดอยู่ไม่ใช่ซี เป็นผู้หญิงคนนั้น เราตกใจมาก วิ่งออกมาจากห้องโดยไม่คิดเลยค่ะ ว่าจะไปไหน ตั้งสติได้เลยคิดว่า ไปชายหาดดีกว่า เพราะยังมีคนอยู่ที่ชายหาด เราเดินไปเห็นซีนั่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ท่าทางเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง เราเลยเรียก ซี ซี มาทำไรตรงนี้ 

พอนางเห็นเราแค่นั้นแหละ วิ่งมากอดแล้วร้องไห้ แล้วพูดว่า กูบอกแล้วเห็นมั้ย กูว่าแล้วมันต้องมี เห็นมั้ย เห็นมั้ย เราเลยถามมันว่า เห็นเหรอซี มันจูงมือเราไปนั่ง แล้วเล่าให้เราฟังว่า ตอนที่นอนอยู่อ่ะ กูจะหันไปกอดอ่ะที มันไม่ใช่ เป็นผู้หญิงนอนร้องไห้ กูกรี๊ดแล้วกูก็วิ่งออกมา แต่เหมือนไม่มีใครได้ยินเลยนะ แล้วกูก็มานั่งอยู่เนี่ย มันเลยถามเราว่า แล้วเห็นมั้ย เราเลยตอบไปว่า อ๋อ ไม่เห็นหรอก ออกมาตามหานี่แหละ ตื่นขึ้นมาไม่เห็นเลยออกมาดู เราสองคนเลยนั่งอยู่ตรงนั้น 

สักพัก ได้ยินเสียงกรี๊ดดังมากก ดังออกมาจากห้องพัก เรากับซี วิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนเราคนนึงชื่อฝ้าย นั่งกรี๊ดแล้วดิ้นอยู่กับพื้น สักพัก ป้าคนที่อยู่ร้านขายของวิ่งมาแล้วพูดว่า ว่าแล้วกูว่าแล้ว ถอยๆๆ อย่ายืนมุงเพื่อน แล้วป้าก็วิ่งไปหาฝ้ายแล้วพาฝ้ายไปที่ร้านของป้า พวกเราเดินตามไป ได้ยินฝ้ายมันเล่าว่า มันเดินออกมาเข้าห้องน้ำ พอเปิดประตูห้องน้ำออกมา เห็นผู้หญิงไม่มีตาจ้องหน้ามันอยู่ เพื่อนๆมองหน้ากัน ครูก้อย บอกให้พวกเราเก็บของกันเดี๋ยวนั้นเลยค่ะ พวกเรารีบเก็บของแบบว่าอะไรยัดได้ยัดเลย ไม่มีการพับเก็บแบบเรียบร้อย พวกเราเก็บของกันไม่ถึง 5 นาทีก็มารวมตัวกันที่ร้านขายของ เรากับเพื่อน เดินออกไป เราก็ไม่ลืมที่จะไหว้ยายคนนั้น เราบอกยายว่า กลับก่อนนะคะยาย สวัสดีค่ะ แล้วเราก็เดินมา ซีพูดขึ้นว่า พูดกับใครที กูเห็นตั้งแต่ตอนมาแล้ว เห็นยิ้ม กูก็หันตามไม่เห็นมีใครเลย ตอนที่พามาเอาของกับอีจี ก็เห็นคุย แต่คุยอยู่คนเดียวนะ เราอึ้งไปเลย เลยตัดสินใจว่า เอาวะอีกสักทีเถอะ เราหันไป เจอยายอยู่ที่เดิมค่ะ แต่ ยายใส่ชุดสีขาว นุ่งขาวห่มขาว ลักษณะเหมือนเจ้าที่เจ้าทาง เรายกมือไหว้ เพื่อนยกมือไหว้ตามเรา แล้วรีบเดินออกมาจากตรงนั้น 

ก่อนเราจะขึ้นรถ ป้าบอกว่าหนูๆตั้งแต่มาเนี่ยได้ไหว้ศาลกันบ้างมั้ย ถ้ายังไม่ได้ไหว้ป้าจะพาไป ป้าพาพวกเราเดินไปไหว้ศาล แล้วสิ่งที่เห็นคือ รูปปั้นในศาลตายาย ลักษณะเหมือนกันกับยายที่เราเห็นเลยค่ะ เราจึงคิดว่า ยายน่าจะมาดูแลพวกเรา แต่สงสัยค่ะว่าทำไม ผู้หญิงคนนั้นถึงเข้ามาในบริเวณนี้ได้ (เพราะเข้าใจมาตลอดว่าที่ไหนมีเจ้าที่คุ้มครองวิญญาณจะเข้าไม่ได้ หัวโบราณ ) หลังจากไหว้เสร็จ เราเดินไปขึ้นรถกัน ตอนนั้นก็ประมาณ ตี 5 เกือบ 6โมงแล้ว ระหว่างที่รถขับไป คือต้องไปยูเทิร์นเพื่อกลับทางเดิม เมื่อรถมาถึง ตามคาดค่ะ เราเห็นนางวิ่งลงทะเลไป แล้วหายไปเลย เราก็ อืมมม เอาตั้งแต่มาจนกลับเลยนะ 

นั่งรถมาได้สักพักนึง ครูก้อย ก็พูดบนรถว่า ครูจะบอกความจริงพวกเธอเพื่อที่จะไม่ให้สงสัยกันนะ คือบ้านหลังนั้นเมื่อก่อนมีวัยรุ่นมาพักกัน แล้วมีวัยรุ่นคู่นึงคงจะเป็นแฟนกัน ทะเลาะกันที่บ้านหลังนี้ มีการตบตีกันในห้องน้ำ แล้วผู้หญิงก็วิ่งลงไปในทะเล เหมือนจะโดนทรายดูด ทำให้จมน้ำตาย แล้วหลังจากนั้น คนที่มาพักก็จะเจอหลอกตลอด เพราะเขาต้องกลับมาฆ่าตัวตายแบบนี้ซ้ำๆ หูย เรานี่ขนลุกทั้งตัวเลย แต่มันพีคตรงที่ นางซีค่ะ นางร้องไห้หนักมาก แล้วนางบ่นมาตลอดทางเลยค่ะ เห็นมั้ย ไม่มีใครเชื่อกูเลย กูบอกแล้ว กูเจอจนได้ #%@&%!$@%@

Previous articleน้ำมนต์ผี
Next articleยุติการเผยแพร่